การหย่าร้างในไทย

หากวันหนึ่งการอยู่เมืองนอกไม่ใช่คำตอบ เราจะกลับสู่มาตุภูมิอย่างไรให้สมศักดิ์ศรี ไม่ว่าจะมาคนเดียวหรือมาเป็นคู่ บ้านเราเป็นสวรรค์ของผู้เกษียณอายุแบบไหน-อย่างไร-จริงไหม (แอดมิน ป๊อก)

ติดป้ายกำกับ: 

กำลังดู 5 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 5 (ของทั้งหมด 5)
  • ผู้เขียน
    ข้อความ
  • #7084
    sornkeaw
    Keymaster

    การหย่าร้างในไทยดูเหมือนจะมีขึ้นเยอะจนน่าเป็นห่วง ได้ว่าเมื่อประมาณ 23-24 ปี ที่แล้ว ตอนตัวเองยังอาศัยอยู่ในประเทศไทย การหย่าร้างมีน้อยมาก
    ส่วนตัวแล้ว เชื่อว่าการหย่าร้างเป็นอาการหนึ่งที่แสดงว่าสังคมกําลังป่วย ครอบครัวคือสถาบันแรกและสถาบันพื้นฐานของสังคมซึ่งสําคัญมาก การมีชู้ก็เป็นเรื่องผิดศีลธรรมที่ไทย (ถึงแม้ว่าบางประเทศการมีชู้อาจเป็นเรื่องที่สังคมยอมรับ)
    คําถามคือ ประเทศไทยควร ”เริ่ม” ที่จะทําอะไรเพื่อแก้ไขปัญหาสังคมจุดนี้แล้วหรือยัง? หรือจะปล่อยให้จํานวนการหย่าร้าง การมีชู้ ตลอดจนจํานวนเด็กที่เติบโตโดยพ่อหรือแม่เลี้ยงเดี่ยวมีมากขึ้นต่อไปเรื่อยๆ?
    นี่เป็นแค่ข้อสังเกตของหญิงไทยคนหนึ่งที่จากเมืองไทยมานาน แต่ก็อดเป็นห่วงบ้านเกิดเมืองนอนไม่ได้นะคะ

    #7085
    sornkeaw
    Keymaster

    คำตอบ (เยอรมนี)
    คิดว่าความซื่อสัตย์และความรับผิดชอบต่อกันมีน้อยลงไป และอีกอย่างการหย่าของคนไทยเป็นการหย่าที่ง่ายกว่าในยุโรป จูงมือกันไปอำเภอก็หย่าได้แล้ว. หากมีลูกฝ่ายที่ลูกอยู่ด้วยก็หาเลี้ยงลูกไปตามลำพัง ส่วนใหญ่จะตกอยู่ที่ผู้หญิงไม่มีกฎหมายบังคับต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูให้ลูก หากเป็นคู่สามีภรรยาที่รวยสามารถเรียกร้องค่าเลี้ยงดูได้

    #7086
    sornkeaw
    Keymaster

    คำตอบ (สวิตเซอร์แลนด์)
    มองด้านสังคมของฝ่ายหญิง หลายครั้งการหย่าร้างเป็นทางออกเพื่อความอยู่รอดพร้อมศักดิ์ศรี
    – ก่อนนี้ที่ประเทศไทยการที่ฝ่ายชายมีความสัมพันธ์ทางเพศนอกสมรส ค่อนข้างเปิดเผย ถือเป็นเรื่องธรรมดาของ”ชายอกสามศอก”
    เมื่อสังคมวิวัฒนาการ มีปฏิรูปกฎหมายครอบครัว การปฏิบัติจึงมีการปิดบังเพิ่มมากขึ้น แต่ความเชื่อยังคงเดิม
    – ก่อนนี้ในประเทศไทย ฝ่ายหญิง ” เป็นสมบัติ” ของฝ่ายชาย ขณะเดียวกันยังต้องพึ่งฝ่ายชายด้านเศรษฐกิจและด้านการยอมรับจากสังคมรอบข้าง
    หย่าไปก็ไพเบี้ย หย่าไปก็กินเกลือ กลายเป็นที่รังเกียจและถูกประนามเพราะละทิ้งหน้าที่ โดยเฉพาะละทิ้งลูก
    ทนไม่ได้ก็ต้องทน อยากหย่าอยากแยกก็ไม่หย่าไม่แยก เพื่อลูก เพื่อชื่อเสียง เพื่อปากท้อง เพื่อหลังคาคลุมหัว

    สมัยนี้ผู้หญิงไทยหลายคนกล้าที่จะต่อสู้ เพิ่อศักดิ์ศรีและความเสมอภาคและเชื่อในความสามารถว่า “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน”
    อยากหย่าก็หย่า อยากแยกก็แยก เลี้ยงลูกเลี้ยงตัวเองก็ได้ ศักดิ์ศรีชื่อเสียงก็สร้างเองได้

    คิดว่าเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงเป็นสังคมครอบครัวแตกแยก สังคมเลี้ยงเดี่ยว หรือสังคมครอบครัวผสม เราต้องการการจัดระบบสวัสดิการเป็นธรรมที่คุ้มครองและส่งเสริมความเสมอภาคค่ะ

    #7087
    sornkeaw
    Keymaster

    และหากเราจะมองในมุมของเด็ก ( ลูกๆ) ในบางกรณีก็ถือว่าเป็นเรื่องน่าเศร้าและน่าเห็นใจมาก เพราะคงไม่มีเด็กคนไหนอยากเติบโตมาจากครอบครัวที่พ่อแม่หย่าร้างกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องแล้วแต่กรณี

    อาชญากรรมที่เกิดขึ้นในโลกใบนี้ หากเราเจาะลึกไปถึงประวัติความเป็นมาของผู้กระทําความผิด หลายครั้งเราอาจพบว่าอาชญากรส่วนมากมาจากครอบครัวที่หย่าร้าง แต่การหย่าร้างไม่ได้เป็นปัจจัยหลักในการสร้างอาชญากรหรือเพิ่มจำนวนอาชญากรรม ทว่าสถาบันครอบครัวที่มั่นคงและมีความสุขจะสามารถทําให้จํานวนอาชญากรรมในประเทศนั้นๆ และในโลกลดน้อยลงได้

    ที่ uk เคยมีการทําสํารวจและวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างสถิติการหย่าร้าง และสถิติของจํานวนอาชญากรรม ซึ่งผลคือ2 อย่างนี้เอื้อกันอยู่ (หย่าร้างมากขึ้น = อาชญากรรมสูงขึ้น)

    #7088
    sornkeaw
    Keymaster

    คำตอบ (สวิตเซอร์แลนด์)
    น่ากลัวนะถ้าเชื่อมโยงแบบนี้ว่าหย่าร้างสูง=อาชญากรรมสูง อยากอ่านจริงๆว่าลงเอยแบบนี้ได้อย่างไร ในขณะที่สถิติการหย่าร้างสูงขี้นปัจจุบันนี้ แต่ถ้าเราดูสถิติอาชญากรรมในหลายๆประเทศที่การหย่าร้างสูงถึง 50% ภายในห้าปีแรก จะพบว่าหลายแห่งอาชญากรรมลดลง ทั้งนี้อาจเพราะมีปัจจัยอื่นที่สำคัญคือ การยอมรับของสังคมเพิ่มขึ้นและสวัสดิการดีขึ้น

กำลังดู 5 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 5 (ของทั้งหมด 5)
  • คุณต้องเข้าสู่ระบบเพื่อตอบกลับกระทู้นี้