ระเบียบข้อบังคับ

ระเบียบข้อบังคับ ของ เครือข่ายหญิงไทยในยุโรป แก้ไขเพิ่มเติม ๒๕๕๒
เครือข่ายหญิงไทยในยุโรปจดทะเบียนในรูปแบบสมาคมตามกฎหมายแห่งประเทศฝรั่งเศส โดยมีความเป็นกลางทางการเมืองและศาสนา

ระเบียบข้อบังคับ ของ เครือข่ายหญิงไทยในยุโรป แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2552

เครือข่ายหญิงไทยในยุโรปจดทะเบียนในรูปแบบสมาคมตามกฎหมายแห่งประเทศฝรั่งเศส โดยมีความเป็นกลางทางการเมืองและศาสนา

1. ชื่อ

  • ใช้ชื่อภาษาไทยว่า เครือข่ายหญิงไทยในยุโรป
  • ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า Thai Women Network in Europe (TWNE)
  • ใช้ชื่อภาษาฝรั่งเศสว่า Association Solidarité des Femmes Thaïes en Europe

2. ที่ตั้งจดทะเบียน

83, Ave. de Ségur, 75015 Paris, France

3. วัตถุประสงค์

เครือข่ายหญิงไทยในยุโรป ได้ตั้งหลักการดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ ดังนี้

1. รวบรวมข้อมูลและประสบการณ์ในการทำงานกับคนไทยในยุโรป
2. เป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์ตามข้อ 3.1
3. ประมวลและประเมินข้อมูลเพื่อใช้เป็นแนวทาง หรือใช้ปรับปรุงคุณภาพของการทำงานในหน่วยงานสมาชิก
4. ช่วยเหลือและสนับสนุนการทำงานร่วมกันของหน่วยงานสมาชิก รวมทั้งการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและ/หรือหน่วยงานเอกชนทั่วไป

4. เป้าหมาย

4.1 เป็นศูนย์กลางประสานงานระหว่างหน่วยงานและบุคคลที่ช่วยเหลือคนไทย โดยเฉพาะสตรีและเด็กในประเทศต่าง ๆ ในทวีปยุโรป เพื่อทำให้การให้คำแนะนำ ช่วยเหลือ และป้องกันสิทธิของชาวไทยในยุโรปมีประสิทธิภาพมากขึ้น
4.2 ผนึกกำลังสมาชิกและเป็นตัวแทนสมาชิกในการเจรจาต่อรองกับหน่วยงานราชการและหน่วยงานเอกชนทั่วไป

5. สมาชิกภาพ
บุคคลทั่วไป กลุ่มบุคคล หรือนิติบุคคลที่ดำเนินกิจกรรมช่วยเหลือชาวไทย สตรีและเด็ก สามารถสมัครเป็นสมาชิกได้โดยการยื่นคำร้องเป็นลายลักษณ์อักษรต่อกรรมการประเทศของเครือข่ายฯในประเทศที่ตนเองพำนัก เพื่อส่งคำร้องนั้นให้คณะกรรมการบริหารได้พิจารณาต่อไป

5.1 สมาชิกสามัญ
5.1.1 มีคุณสมบัติ ดังนี้

  • เป็นชาวไทย
  • อายุ 18 ปีขึ้นไป
  • ทำงานอาสาสมัครช่วยเหลือชาวไทย สตรีและเด็ก หรือมีความสนใจในงานดังกล่าว

5.1.2 มีหน้าที่และความรับผิดชอบ ดังนี้

  • ชำระค่าสมาชิกตามที่เครือข่ายฯกำหนด
  • ให้ความร่วมมือและสนับสนุนกิจกรรมของเครือข่ายฯ
  •  เข้าร่วมประชุมและแสดงความคิดเห็นตามวาระโอกาส
  • ลงคะแนนเสียงในการประชุมสามัญประจำปีและการประชุมวิสามัญ
  • ต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของเครือข่ายฯ

5.2 สมาชิกสมทบ

  • มิใช่ชาวไทย
  • อายุ 18 ปีขึ้นไป
  • ทำงานอาสาสมัครช่วยเหลือชาวไทย สตรีและเด็ก หรือมีความสนใจในงานดังกล่าว

5.2.1 มีหน้าที่และความรับผิดชอบ ดังนี้

  • ชำระค่าสมาชิกตามที่เครือข่ายฯกำหนด
  • ให้ความร่วมมือและสนับสนุนกิจกรรมของเครือข่ายฯ
  •  เข้าร่วมประชุมและแสดงความคิดเห็นตามวาระโอกาส
  • ไม่มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงในการประชุมสามัญประจำปีและการประชุมวิสามัญ และไม่มีสิทธิ์รับเลือกตั้งเป็นกรรมการของเครือข่ายฯ
  • ต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของเครือข่ายฯ

5.3 ค่าบำรุงเครือข่ายฯ
5.3.1 สมาชิกบุคคลทั่วไปท่านละ 30 ยูโรต่อปี ค่าสมาชิกตลอดชีพ 300 ยูโร
5.3.2 สมาชิกนิติบุคคล กลุ่มบุคคล แห่งละ 50 ยูโรต่อปี ค่าสมาชิกตลอดชีพ 500 ยูโร

5.4 การพ้นสภาพสมาชิก
5.4.1 ขอลาออก
5.4.2 เสียชีวิต (สำหรับสมาชิกบุคคลทั่วไป) หรือยุบล้มเลิก (สำหรับสมาชิกนิติบุคคล กลุ่มบุคคล)
5.4.3 ไม่จ่ายค่าสมาชิกตามที่เครือข่ายฯกำหนด ทั้ง ๆ ที่ได้รับหนังสือแจ้งเตือนแล้วถึง 2 ครั้งติดต่อกัน
5.4.4 กระทำการให้เกิดความเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงของเครือข่ายฯ คณะกรรมการบริหารจึงลงมติด้วยเสียงข้างมากให้พ้นจากสภาพสมาชิก ซึ่งสมาชิกที่ถูกพิจารณาให้พ้นสภาพสมาชิกสามารถยื่นคำร้องต่อที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีให้นำเรื่องขึ้นมาพิจารณาใหม่ได้

6. การปฏิบัติงาน

6.1 ปีปฏิบัติงานของเครือข่ายฯให้นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคมของแต่ละปี
6.2 การประชุมใหญ่สามัญประจำปี ถือเป็นการประชุมสูงสุด และตัดสินโดยเสียงข้างมากของสมาชิกที่ออกเสียง ทั้งนี้กำหนดเวลาและวาระการประชุมต้องแจ้งให้สมาชิกทั้งหมดได้รับทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน
6.3 ต้องมีการประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการบริหารกับกรรมการประเทศของเครือข่ายฯ อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ในกรณีที่กรรมการท่านใดท่านหนึ่งไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ สามารถส่งความคิดเห็นเป็นลายลักษณ์อักษร หรือมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรให้สมาชิกท่านใดท่านหนึ่งเข้าร่วมประชุมแทน เพื่อแสดงความคิดเห็นและออกเสียงลงคะแนนแทนได้
6.4 การเรียกประชุมวิสามัญ คณะกรรมการบริหาร ประธาน หรือสมาชิกเครือข่ายฯจำนวน 1/5 ของสมาชิกเครือข่ายฯทั้งหมด สามารถยื่นคำร้องเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการบริหารขอให้เปิดประชุมวิสามัญได้ การประชุมวิสามัญ ให้ถือระเบียบและกฎเกณฑ์เช่นเดียวกับการประชุมสามัญ
6.5 เครือข่ายหญิงไทยในยุโรปยึดถือหลักว่า การปฏิบัติการของสมาชิกหรือหน่วยงานของสมาชิก คือ การให้ความช่วยเหลือ คำปรึกษา คำแนะนำ หรือการปกป้องสิทธิของชาวไทย สตรีและเด็กไทยในยุโรป รวมทั้งการยื่นเรื่องไปยังประเทศไทยหรือหน่วยงานของรัฐในแต่ละประเทศ เป็นหน้าที่ของสมาชิกเครือข่ายฯหรือหน่วยงานของสมาชิกในแต่ละประเทศโดยตรง

7. คณะกรรมการ

7.1 คณะกรรมการประเทศ
สมาชิกของเครือข่ายฯในแต่ละประเทศเลือกกรรมการประเทศของตนจำนวน ประเทศละไม่เกิน 2 คน การเลือกตั้งตัวแทนดังกล่าวเป็นเรื่องภายในของสมาชิกเครือข่ายฯในแต่ละประเทศที่จะกำหนดระเบียบปฏิบัติ จัดการเลือกตั้ง และอื่นๆ ในกรณีที่มีข้อขัดแย้งในประเทศระหว่างสมาชิกเครือข่ายฯด้วยกันเองที่ไม่สามารถตกลงหรือแก้ไขกันเองได้ ให้คณะกรรมการบริหารเครือข่ายฯประชุมปรึกษาหารือและหาทางแก้ไข โดยยึดถือหลักการ วัตถุประสงค์และผลประโยชน์ของเครือข่ายฯเป็นสำคัญ

7.2 ผู้ประสานงานประเทศ
คณะกรรมการบริหารแต่งตั้งผู้ประสานงานประเทศสำหรับประเทศที่มีสมาชิกไม่เกิน 2 ท่าน หรือประเทศที่ยังไม่ได้จัดการเลือกตั้งกรรมการประเทศ กรรมการประเทศได้รับเลือกวาระละหนึ่งปี เมื่อหมดวาระ ถ้าไม่มีการสละตำแหน่ง ถึงแก่กรรม หรือสมาชิกอย่างน้อย ๑/๕ ของจำนวนภายในประเทศเรียกร้องการเลือกตั้ง ให้กรรมการประเทศดำรงตำแหน่งต่อเนื่องไปได้โดยปริยาย เครือข่ายฯทบทวนรายชื่อกรรมการและผู้ประสานงานประเทศระหว่างการประชุมสามัญประจำปีทุกปี

7.3 คณะกรรมการบริหาร

ที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีเลือกคณะกรรมการบริหาร มีหน้าที่ประสานงานรับผิดชอบให้กิจการของเครือข่ายฯก้าวหน้าและดำเนินงานคล่องตัวบรรลุตามวัตถุประสงค์และนโยบายที่วางไว้

นอกจากนั้นคณะกรรมการบริหารยังเป็นตัวแทนของเครือข่ายฯในการเจรจา หรือลงนามข้อตกลงต่าง ๆ โดยความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการประเทศ

คณะกรรมการบริหารมีวาระ 3 ปีและจะต่อวาระได้อีกถ้าได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี ยกเว้นตำแหน่งประธาน ไม่สามารถดำรงตำแหน่งเกินกว่า 2 วาระติดต่อกันได้

กรณีมีการสละตำแหน่ง หรือตำแหน่งนั้น ๆ เกิดว่างลงด้วยเหตุแห่งสมาชิกภาพสิ้นสุดลง หรือด้วยเหตุใดก็ตาม ให้กรรมการบริหารท่านใดท่านหนึ่งรักษาการตำแหน่งนั้นแทนจนกว่าจะมีการเลือกตั้งซ่อมในที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี โดยสามารถแต่งตั้งสมาชิกท่านใดท่านหนึ่งให้เข้ามาช่วยปฏิบัติหน้าที่นั้น ๆ ได้จนกว่าจะมีการเลือกตั้งซ่อม

7.3 องค์ประกอบคณะกรรมการบริหาร

คณะกรรมการบริหารประกอบด้วย

  • ประธาน (เพศหญิงเท่านั้น)
  • รองประธาน 2 ท่าน มีหน้าที่ร่วมงานกับประธาน และเป็นตัวแทนประธาน กรณีที่ประธานไม่สามารถปฏิบัติงานนั้น ๆ ได้ ถ้าทั้งประธานและรองประธานไม่สามารถปฏิบัติงานได้ ให้คณะกรรมการประเทศประชุมแต่งตั้งตัวแทนขึ้นมาดำเนินงานแทน
  •  เลขานุการ เลขานุการสามารถแต่งตั้งผู้ช่วยเพื่อทำหน้าที่ดูแลทะเบียนสมาชิกได้ตามความจำเป็น และแจ้งให้คณะกรรมการบริหารได้รับทราบ
  • เหรัญญิก เหรัญญิกสามารถแต่งตั้งผู้ช่วยเพื่อทำหน้าที่ดูแลบัญชีจากสมาชิกเครือข่ายฯที่พำนักอยู่ในประเทศที่เครือข่ายฯมีบัญชีธนาคารได้ และแจ้งให้คณะกรรมการ บริหารและกรรมการประเทศได้รับทราบ

7.4 คณะอนุกรรมการ คณะกรรมการบริหารสามารถพิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเข้ามาปฏิบัติ ภารกิจเฉพาะกรณีได้ โดยอาจจะเป็นคณะอนุกรรมการถาวรหรือชั่วคราวตามแต่ความจำเป็นของงาน ทั้งนี้คณะอนุกรรมการต้องเป็นสมาชิกของเครือข่ายฯ แต่อาจมีที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการที่มิใช่เป็นสมาชิกเครือข่ายฯได้

8. การเงิน

8.1 เหรัญญิกเป็นผู้ดูแลและควบคุมบัญชีรายรับรายจ่ายของเครือข่ายฯ
8.2 การสั่งจ่ายเงินของเครือข่ายฯ ต้องมีลายมือชื่อของเหรัญญิกและประธาน หรือรองประธานท่านใดท่านหนึ่ง คณะกรรมการบริหารอนุมัติการจ่ายเงินได้ครั้งละไม่เกิน 1,000 ยูโร
8.3 เหรัญญิกมีหน้าที่ทำรายงานงบดุลประจำปีเสนอต่อคณะกรรมการบริหาร อย่างช้าภายใน 8 สัปดาห์หลังครบรอบปีแล้ว
8.4 การตรวจบัญชี ที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีเลือกผู้ตรวจบัญชี 2 คน ผู้ตรวจสอบบัญชีอาจไม่เป็นสมาชิกของเครือข่ายฯก็ได้ ผู้ตรวจสอบบัญชีมีหน้าที่ตรวจสอบบัญชีและเอกสารทางการเงินของเครือข่ายฯทุกชิ้น นับตามปีปฏิบัติงานตามระเบียบของเครือข่ายฯ และต้องรายงานผลการตรวจสอบบัญชีและขออนุมัติจากสมาชิกในโอกาสประชุมใหญ่สามัญประจำปี ผู้ตรวจสอบบัญชีอยู่ในตำแหน่งวาระละสองปี และต้องตรวจบัญชีก่อนการประชุมใหญ่สามัญประจำปีอย่างน้อยหนึ่งเดือน

9. ทรัพย์สิน

ทรัพย์สินของเครือข่ายมาจาก

9.1 เงินค่าบำรุงสมาชิก
9.2 เงินสนับสนุน และทรัพย์สินที่ได้มาจากการบริจาค
9.3 รายได้จากกิจกรรมต่างๆที่เครือข่ายฯจัดขึ้น
9.4 ดอกผลจากทรัพย์สินของเครือข่ายฯ เครือข่ายฯใช้ทรัพย์สินนี้เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารและการดำเนินงานตาม โครงการและวัตถุประสงค์ กรณีที่เครือข่ายฯมีหนี้สิน สมาชิกไม่ต้องรับผิดชอบต่อการชดใช้

10. การประชุมใหญ่สามัญประจำปี

การประชุมใหญ่สามัญประจำปีจะมีขึ้นปีละหนึ่งครั้ง โดยถือรอบการดำเนินงาน ตามระเบียบข้อบังคับ ทั้งนี้ต้องส่งหมายเรียกประชุมพร้อมวาระการประชุมถึงสมาชิกทุกท่านอย่างน้อย 30 วันก่อนถึงวันประชุม ในกรณีที่สมาชิกท่านใดประสงค์จะเสนอวาระเข้ามาสู่การพิจารณาของที่ประชุม ให้แจ้งเรื่องต่อคณะกรรมการบริหารทราบเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างน้อย 45 วันก่อนถึงวันประชุม

10.1 วาระการประชุมถาวร

  • รายงานผลงานประจำปีที่ผ่านมา
  • เหรัญญิกรายงานงบดุลการเงินให้ที่ประชุมรับทราบและให้ความเห็นชอบ
  • ผู้ตรวจสอบบัญชีรายงานความเห็นให้ที่ประชุมรับทราบและให้ความเห็นชอบ
  • เลือกตั้งคณะกรรมการบริหารและผู้ตรวจสอบบัญชีเมื่อถึงวาระ
  • คณะกรรมการบริหารเสนอแผนงานของปีต่อไป

11. การประชุมใหญ่สามัญประจำปี

การลงมติในที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมากของสมาชิกที่เข้าร่วมประชุม และสมาชิกที่มอบอำนาจในการลงคะแนนเสียง ในกรณีที่คะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมมีอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

11.1 การสมัคร

  • ผู้ประสงค์จะสมัครเข้ารับเลือกตั้งในตำแหน่งใดของคณะกรรมการบริหาร ต้องแจ้งความประสงค์ของตนต่อคณะอนุกรรมการการเลือกตั้งเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างน้อย 45 วันก่อนถึงวันเลือกตั้ง
  • กรณีที่ไม่มีผู้สมัครเข้ารับการเลือกตั้งในตำแหน่งใด ให้ถือว่าผู้ดำรงตำแหน่งนั้น ๆ อยู่เดิม ได้ดำรงตำแหน่งนั้น ๆ ต่อไปอีกวาระหนึ่งโดยถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับของเครือข่ายฯ ทั้งนี้รวมถึงตำแหน่งประธานด้วย แม้ว่าบุคคลผู้ดำรงตำแหน่งประธานอยู่จะได้ดำรงตำแหน่งมาแล้วติดต่อกันถึงสองสมัยก็ตาม ให้ถือเอาระเบียบข้อนี้เป็นหลักในการพิจารณา

11.2 การมอบอำนาจในการออกเสียง

  • สมาชิกเครือข่ายฯที่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุม สามารถมอบอำนาจให้สมาชิกท่านใดท่านหนึ่งใช้สิทธิ์ในการลงคะแนนเสียงแทนตนได้ โดยกระทำเป็นลายลักษณ์อักษรส่งให้ทางไปรษณีย์ อีเมล์ หรือแฟกซ์ โดยไม่จำเป็นต้องใช้แบบฟอร์มที่มี และไม่จำเป็นที่ผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจจะต้องเป็นสมาชิกเครือข่ายฯที่พำนักอยู่ในประเทศเดียวกันด้วย
  • ผู้สมัครรับเลือกตั้งไม่มีสิทธิ์รับมอบอำนาจการลงคะแนนเสียงแทนสมาชิก
  • สมาชิกเครือข่ายฯผู้รับมอบอำนาจ สามารถเป็นผู้รับมอบอำนาจในการลงคะแนนเสียงแทนสมาชิกได้ไม่เกิน 5 ท่าน
  • สมาชิกผู้มอบอำนาจจะต้องทำใบมอบอำนาจของตนเองขึ้นเอง จะลงนามร่วมกับใบมอบอำนาจของสมาชิกท่านอื่น ๆ ไม่ได้ ใบมอบอำนาจใดที่เป็นการมอบอำนาจของสมาชิกตั้งแต่ 2 ท่านขึ้นไปถือว่าเป็นโมฆะ

11.3 การลงคะแนนเสียง

  • การลงคะแนนเสียงของสมาชิกเครือข่ายฯ สามารถกระทำได้โดยตรงในที่ประชุม หรือจะส่งคะแนนเสียงของตนมาทางไปรษณีย์ อีเมล์ หรือแฟกซ์ก็ได้ เอกสารทั้งหมดต้องส่งถึงคณะอนุกรรมการการเลือกตั้งอย่างน้อย 7 วันก่อนถึงวันเลือกตั้ง โดยถือวันประทับตราไปรษณีย์ วันส่งอีเมล์หรือแฟกซ์ที่ปรากฎเป็นสำคัญ มิฉะนั้นจะถือว่าเอกสารนั้นๆเป็นโมฆะ

11.4 คณะอนุกรรมการการเลือกตั้ง

  • คณะกรรมการบริหารและกรรมการประเทศ ปรึกษาหารือร่วมกันและลงมติในการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อมารับผิดชอบในการดำเนินงานจัดการการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารให้เป็นไปอย่างโปร่งใสและถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับของเครือข่ายฯ
  • คณะอนุกรรมการการเลือกตั้งมีจำนวน 5 ท่าน โดยการคัดเลือกบุคคลไม่จำเป็นต้องมาจากสัดส่วนจำนวนประเทศสมาชิกหรือจำนวนสมาชิกเครือข่ายฯในแต่ละประเทศ
  • ในกรณีที่คณะอนุกรรมการการเลือกตั้งท่านใดท่านหนึ่งลาออกหรือมีอยู่ไม่ครบในวันเลือกตั้ง ให้คณะอนุกรรมการการเลือกตั้งที่เหลืออยู่แต่งตั้งสมาชิกเครือข่ายฯที่เห็นสมควรเข้ามาทำหน้าที่แทนได้ แล้วแจ้งให้คณะกรรมการบริหารรับทราบ
  • ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นคณะอนุกรรมการการเลือกตั้ง ไม่มีสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการบริหารในการเลือกตั้งครั้งนั้นๆ

11.5 หน้าที่

  • คณะอนุกรรมการการเลือกตั้งมีหน้าที่ติดต่อ ค้นหา ชักชวนและประกาศรับสมัครผู้ประสงค์จะสมัครรับการเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการบริหารในตำแหน่งต่าง
  •  จัดทำแบบฟอร์มการมอบอำนาจและแบบฟอร์มการลงคะแนนเสียง แต่ทั้งนี้สมาชิกเครือข่ายฯที่ไม่สามารถมาประชุมและลงคะแนนเสียงโดยตรงได้ สามารถเลือกที่จะไม่ใช้แบบฟอร์มที่จัดทำขึ้นมาก็ได้
  •  ประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งให้สมาชิกเครือข่ายฯรับทราบ
  • ในวันเลือกตั้งจะมีหน้าที่ในการตรวจสอบผู้มีสิทธิ์ในการลงคะแนนเสียง จำนวนผู้มาใช้สิทธิ์โดยตรงและจำนวนสมาชิกผู้มอบอำนาจให้ผู้อื่นมาใช้สิทธิ์แทนตน รวมไปถึงการดำเนินงานจัดการการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างโปร่งใส และถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับของเครือข่ายฯ การเลือกผู้ดำเนินการการเลือกตั้งในที่ประชุม ผู้นับคะแนนทั้งในที่ประชุม และที่ส่งมาทางไปรษณีย์ อีเมล์และแฟกซ์

11.6 การคัดค้านผลการเลือกตั้ง

  • สมาชิกเครือข่ายฯสามารถคัดค้านผลการเลือกตั้งและเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งใหม่ได้ หากมีเหตุผลที่สมควรอันเห็นได้ชัดเจนว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมากระทำไปโดยไม่โปร่งใสและขัดต่อระเบียบข้อบังคับของเครือข่ายฯ โดยให้ยื่นคำร้องคัดค้านผลการเลือกตั้งเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังคณะอนุกรรมการการเลือกตั้งภายใน 7 วันนับจากวันเลือกตั้ง
  • คำร้องคัดค้านดังกล่าวต้องมีสมาชิกเครือข่ายฯลงนามด้วยไม่น้อยกว่า 5 ท่าน และอย่างน้อย 1 ท่านในจำนวนนั้นต้องเป็นกรรมการประเทศจากประเทศใดประเทศหนึ่งก็ได้
  • การพิจารณาให้มีการเลือกตั้งใหม่หรือไม่ ให้ถือเป็นหน้าที่ของคณะอนุกรรมการการเลือกตั้งที่จะพิจารณาร่วมกับกรรมการประเทศ โดยใช้เสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ตัดสิน
  • ในกรณีที่เสียงข้างมากลงมติให้มีการเลือกตั้งใหม่ในตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง หรือหลายตำแหน่ง หรือให้มีการเลือกตั้งใหม่ทั้งคณะกรรมการบริหาร ให้คณะอนุกรรมการการเลือกตั้งจัดการประกาศและเริ่มต้นกระบวนการการเลือกตั้งใหม่ตามระเบียบข้อบังคับของเครือข่ายฯภายใน 30 วันและให้การเลือกตั้งจบสิ้นลงภายใน 45 วันนับจากวันที่มีมติ
  • การเลือกตั้งใหม่นี้ไม่จำเป็นต้องจัดเป็นการประชุมวิสามัญเพื่อลงคะแนนเสียงเลือกตั้งโดยตรง แต่สามารถกระทำได้โดยทางอ้อม ทางไปรษณีย์ ทางอีเมล์หรือทางแฟกซ์ ตามความเหมาะสม

12. ทั่วไป

12.1 ข่าวสาร เครือข่ายฯจัดทำวารสาร สารสตรีตามหลักการที่กำหนดไว้
12.2 การแก้ไขระเบียบข้อบังคับ การแก้ไขระเบียบข้อบังคับของเครือข่ายฯ ต้องได้รับความเห็นชอบจากเสียงข้าง มากของสมาชิกที่มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี
12.3 การยุบเครือข่ายฯ การยุบเครือข่ายฯสามารถกระทำได้ด้วยความเห็นชอบจากเสียงข้างมากในที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีหรือที่ประชุมวิสามัญ ทรัพย์สินของเครือข่ายฯที่เหลืออยู่หลังการชำระหนี้สิน (ถ้ามี) ให้โอนหรือบริจาคให้กับหน่วยงานการกุศล หรือองค์กรหรือสถาบันที่ดำเนินงานเพื่อช่วยเหลือสังคมชาวไทย สตรีและเด็กไทยในยุโรป ตามมติของที่ประชุมหรือจากการพิจารณาของคณะกรรมการบริหารในกรณีที่ไม่สามารถเรียกประชุมสมาชิกได้
12.4 กฎเกณฑ์อื่น ๆ ในกรณีที่มีเหตุอื่นใดอันมิได้ระบุไว้ในระเบียบข้อบังคับของเครือข่ายฯ ให้ยึดการพิจารณาจากเสียงข้างมากของสมาชิกเครือข่ายฯเป็นเกณฑ์ตัดสิน แต่ทั้งนี้ต้องไม่ขัดหรือแย้งต่อข้อกฎหมายนานาชาติ ระเบียบภายในเครือข่ายที่มีอยู่แล้วและไม่ขัดกับระเบียบข้อบังคับฉบับนี้ยังคงมีผลใช้บังคับต่อไป

ระเบียบข้อบังคับนี้ได้รับการอนุมัติให้นำมาบังคับใช้ในเครือข่ายหญิงไทยในยุโรป ด้วยมติจากเสียงข้างมากของสมาชิกเครือข่ายฯ จากการประชุมใหญ่สามัญประจำปีเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 ณ กรุงเวนิส ประเทศอิตาลี

ระเบียบนี้และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 เป็นต้นไปและไม่มีผลใช้ย้อนหลัง


นางนงลักษณ์ ใจสงฆ์ เทร็พพ์ประธาน
นางเสริมศรี บุญสุตม์ รองประธาน
นางประไพรัตน์ มิกซ์ รองประธาน
นางโสพิศ ทับทิม เลขานุการ
นายสหะ สารพันธ์ เหรัญญิก
(คณะกรรมการบริหาร ช่วงปี พ.ศ. 2560 ถึง พ.ศ. 2561)