โดย เพจ “บันทึกนัทเขียน”

Cover photo credit: https://www.sallyflint.com/blog/nurturing-friendships

#ทริปทลายกำแพงความรู้สึกกับเพื่อนคนไทยในต่างแดน

.

ทริปมิวนิคจบลงอย่างสวยงาม ไม่รู้จะเริ่มขอบคุณจากจุดไหนกับทริปแห่งความประทับใจนี้ คงจะต้องเริ่มจาก @พ่อบ้านเยอรมัน ที่ฉันไปติดตามเพจน้องตอนที่ย้ายมาเยอรมนีตั้งแต่แรกๆ จนเป็นเหตุผลให้เริ่มรู้จักเพจอื่นๆตามมาด้วย

.

.

การจะไปรู้จักเพจอื่น ฉันซึ่งมีกำแพงท่วมหัวกับการเปิดใจรับเพื่อนสักคนก็มาตามสไตล์ฉันคือไปติดตามทุกคนและเป็นมิตรได้ แต่น้อยมากที่จะนัดเจอใคร ไม่ใช่ฉันหยิ่งหรือคนอื่นไม่ดี แต่ฉันรักการไปไหนคนเดียว รักการทำงาน การที่จะแกะฉันออกจากงานสำหรับเพื่อนๆที่สนิทจะรู้จักกันดี บางคนก็ยอมล้มเลิกกันไปเลยก็เยอะ

.

.

ตั้งแต่รู้จักกลุ่มคนไทยกลุ่มนี้ ฉันเริ่มเปิดใจมากขึ้น นั้นเป็นเพราะตัวของพวกเขาเองนั้นแหละไม่ใช่ที่ตัวฉันหรอก พวกเขาเข้ามาสอนฉันว่า มันไม่เป็นไรและดีเสียด้วยซ้ำที่จะหาเวลาออกไปพบปะผู้คน ลดงานลงบ้างและใช้ชีวิตให้สนุกสนานกับเพื่อนๆบ้างก็ได้

.

.

นี้คือจุดเริ่มต้นของการออกไปเจอใครนานมาแล้วหลายปีของฉันและประทับใจน้ำตาไหลกันในรถมาแล้วเลยทีเดียว คุณบี้สามีฉันเคยบอกเสมอว่าอยากให้ฉันมีเพื่อนคนไทย เราจะได้ไม่เหงา แต่ด้วยเหตุการณ์หลายอย่างกับคนไทยที่ต่างแดน ทำให้ฉันกลัว ทำให้ฉันไม่อยากให้มันเกิดปัญหาอีก ทำให้ฉันระมัดระวังมากที่จะพาใครสักคนเข้ามาในชีวิต

.

.

แต่กลุ่มเพื่อนใหม่กลุ่มนี้เข้าทลายกำแพงทุกอย่างลงอย่างราบคาบไม่เหลืออะไรเลย ฉันเป็นตัวของตัวเองได้อย่างสบาย ฉันไม่เคยรับเพื่อนใหม่เข้าเฟสบุคส่วนตัวมานับปีไม่ได้แล้ว พื้นที่ตรงนั้นคือของครอบครัวที่ไทย ที่อังกฤษ สามีและครอบครัวสามี เพราะฉะนั้นคนที่จะเข้าไปได้ฉันต้องรู้จักดีพอหรือได้เจอกันเสียก่อน

.

.

ความเป็นเพื่อนของฉันก็คุยกันในข้อความได้ ไม่จำเป็นต้องมีเฟสบุคกัน คุณบี้จะเป็นคนไพรเวสมาก เขาไม่มีปัญหาในเรื่องการลงรูปแต่ต้องลงในเฟสบุคส่วนตัวที่มีแต่เพื่อนสนิทและคนในครอบครัวเท่านั้น รวมถึงพ่อแม่ของเขาด้วย แต่พอมาคุยกับน้องอั้ม @สะใภ้ไทยใน Dorf และได้มาเป็นเพื่อนกันในเฟสบุคส่วนตัวก็ทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองผ่อนคลายเรื่องนี้ลงมาก แม้ในกลุ่มเพื่อนๆกลุ่มนี้จะบอกว่าหมั่นไส้ฉันมากในเรื่องนี้ตอนเจอกันก็ตาม ๕๕

.

.

ฉันกลับมาบอกสามีว่า รู้สึกเหมือนตัวเองมีครอบครัวไทยที่เยอรมนีแล้วนะ ฉันมีเพื่อนๆ น้องๆ ที่เป็นเหมือนเซฟโซนของฉัน สามารถเป็นตัวของตัวเองได้เกือบทั้งหมด แต่ยังปล่อยมุกไปแค่ ๑๐% เพราะแย่งเขาคุยได้แค่นั้นจริงๆ ๕๕

.

.

ขอบคุณทุกคนที่มาถามว่าพี่นัทจะมาได้ไหม แต่คนที่เก็บตัวที่สุดบอกว่าไปได้อาทิตย์หนึ่งเลยและซื้อตั๋วทันที ๕๕ ต้องเริ่มขอบคุณตั้งแต่ @เรื่องเล่าจากหย่งศรี @มหัศจรรย์มนุษย์แม่เบนนี่ ที่มาเซอร์ไพรสตั้งแต่บนรถไฟ เอาแบบไปไม่เป็น ช็อคไปหลายวินาทีว่ามันคืออะไร แต่มันทำให้การนั่งรถไฟครั้งแรกของฉัน ลืมการที่รถไฟออกช้า ลืมรถไฟมีปัญหาประหนึ่งว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกกังวลหรือไม่มีความสุขเลย เพราะมีเพื่อนสองคนนี้อยู่ข้างๆ

.

.

มันอบอุ่นใจมันสุขใจเพราะเราตั้งหน้าตั้งตารอเจอเขาอยู่แล้ว แต่ไม่คิดว่าเขาจะมาเซอร์ไพรสคนอย่างฉัน ไม่รู้มันยิ่งใหญ่กับเขามากแค่ไหน แต่มันยิ่งใหญ่กับใจของฉันมาตั้งแต่วินาทีนั้นจนถึงตอนนี้เลย

.

.

พอมาเจอน้องอั้ม โอ้โหอลังการงานสร้างมาก ไม่ใช่แค่อั้ม แต่ทั้งครอบครัว ขอบคุณอั้มเหลือเกินที่เป็นตัวน้องที่น่ารักเหมือนที่เราเคยคุยกันมาก่อนไม่มีผิด ขอบคุณเฮีย ขอบคุณหลานๆที่ดูแลพวกเราอย่างดีจนไม่รู้จะหาอะไรมาขอบคุณ นี้ยังเก็บกระดาษที่หลานเขียนต้อนรับแปะไว้บนหมอนมาด้วย รวมถึงแหวนและกำไลที่พี่แม๊กซ์ทำให้เก็บไว้อย่างดี

.

.

ยังไม่หมดเมื่อนั่งกินข้าวกันอยู่ @คิดจะพักคิดถึงKrisครับ น้องอลิส น้องคริส และน้องอาร์ทพ่อบ้านเยอรมัน ก็มาเซอร์ไพรสพวกเราที่บ้านอั้มอีก ตอนนั้นฉันไม่ไหวจะเคลียร์มาก กรี๊ดแตกและบอกว่า ถ้าจะมีเซอร์ไพรสอีกบอกมาเลยนะไม่งั้นหัวใจจะวายตายจริงๆเลย ไม่มีคำบรรยายกับครอบครัวนี้เหมือนกัน น่ารักมากกกกก พ่อบ้านเยอรมันยิงมุกตลกจนพวกพี่ขำปวดท้อง ได้เห็นอะไรหลายอย่างที่มาคอนเฟริ์มว่า มิน่าคนถึงรักครอบครัวนี้กันหนักหนา รวมถึงพวกเราด้วยยย

.

.

พอวันรุ่งขึ้นเราก็ไปบ้านน้องกอลฟ์ @Born to Go German @Born to Go-Inter กัน เห็นได้ชัดว่าตอนที่คนไปรุมบ้านเขาเยอะๆวินาทีแรกๆ เขาตื่นเต้นนิดหนึ่ง แต่ไม่นานก็กลับมาเป็นกอลฟ์ที่พี่รู้จักจากการไปเรียนภาษาเยอรมันกับเขาที่น่ารักและขอบอกว่าใส่ใจและดูแลพวกเราดีเวอร์วังมาก ได้เห็นมุมละเอียดอ่อนของน้องในหลายๆบริบท ตะลึงในการใส่ใจรายละเอียดต่างๆของเขากับการดูแลแขก อันนี้รวมถึงอั้มด้วย ฉันเริ่มกุมหัวว่าถ้าพวกเขามาหาฉันบ้าง ฉันจะดูแลเขาได้ดีไหม ๕๕

.

.

สุดท้ายที่มาร่วมแจมคือน้องหวาน @แม่เมืองมึนเช่น คนนี้ไม่ต้องพูดถึง หลงรักตั้งแต่ยังไม่ได้เจอ ตัวจริงแม่เมืองตัวเล็กตะมุตะมิน่ากอดมากๆ ผิวเนียนสุดปิ้ง แต่ความน่ารักมาเต็ม และเป๊ะเวอร์เรื่องมึนเช่นสมเป็นแม่เมืองจริงๆเด้อสู พวกเราประหนึ่งทัวร์จีนที่น้องหวานพาไปแบบฉับๆ นับคนว่าครบเปล่าเวลาไปไหนทันที ๕๕

.

.

มีเรื่องราวประทับใจหลายอย่างเหลือเกินในทริปนี้จนต้องขอมาแยกเขียนความในใจกับแต่ละเพจแต่ละคนทีหลังละกัน ตอนนี้ขอสรุปสั้นๆว่า ความหวังที่มีมาตลอดทั้งชีวิตของฉันที่จะเห็นคนไทยในต่างแดนรักกัน ที่ดึงกันขึ้น ที่พากันพัฒนาในด้านดีๆต่างๆ พวกเขาได้ทำให้มันเกิดขึ้นแล้ว

.

.

ฉันเห็นความคิดบวกของทุกคนตลอดทริป ฉันเห็นความเหนียวแน่น ความปกป้องและห่วงใยกัน ในฐานะที่เป็นพี่ใหญ่ที่อายุเยอะกว่าใครเขา มองดูแล้วก็ได้แต่แอบยิ้มน้ำตาจะไหลว่า เรื่องดีๆกำลังเกิดขึ้นจากน้ำมือและความสามัคคีของทุกคนที่ไปเจอกันวันนั้นจริงๆ ขอบคุณคนไทยหลายๆคนที่แวะทักทายกัน เหนือสิ่งอื่นใด ขอบคุณ คุณหย่ง คุณเบน น้องอั้ม น้องกอลฟ์ น้องอลิส น้องอาร์ท น้องหวาน ครอบครัวของอั้ม และหลานคริสที่เป็นเด็กดีและน่ารักเหลือเกิน ไม่งอแงเลยแม้จะไม่สบายอยู่

.

.

ขอบคุณที่มาทลายกำแพงของฉันลงให้เปิดรับคนดีๆ เรื่องราวและมิตรภาพดีๆจากทุกคนในครั้งนี้ด้วยน้า Love you all.

ปล ความลับคือความลับนะคะ โดยเฉพาะเรื่องไข่มุก ถ้ามีออกมา ฉันจะไม่ไปต่อและจะพอแค่นี้ละค้า (คำเตือนจากเจ้าแม่จดหมายร้องเรียน ๕๕ )

.

Photo : ขอบคุณทุกคนนะค้าบบ #มิตรภาพของคนไทยในต่างแดน

.

#บันทึกนัทเขียน