ชวนลูกทำงานบ้าน

ชวนลูกทำงานบ้าน

ต้นฉบับจากเพจ “เรื่องเล่าจากหย่งศรี”

สมัยที่ฉันเป็นเด็กอนุบาล เท่าที่พอจำความได้ ไม่ค่อยได้ทำงานบ้าน เพราะว่าเมื่อขอช่วยทำอะไร ไม่ว่าจะเป็นกวาดบ้าน ล้างจาน ก็มักจะถูกไล่ออกมา อย่าเข้ามาใกล้ อย่ามายุ่ง เป็นการเพิ่มงานให้เสียเปล่าๆ หรือหากได้ทำ ก็มักจะโดนเอ็ดว่า เอามานี่ ให้ผู้ใหญ่ทำดีกว่า

แต่พออายุโตเข้าชั้นประถม ปฏิกิริยาของผู้ใหญ่ก็เปลี่ยนไปเป็นทางตรงกันข้าม ฉันเริ่มถูกเรียกใช้ พอทำช้า อิดออดไม่ทำ หรือทำไม่ได้ ก็จะมีเสียงบ่นว่า รู้ไหม ดูเด็กบ้านโน้น บ้านนี้ (ญาติๆ) สิ เขาอายุเท่านี้ ทำได้สารพัด หุงข้าว ต้มน้ำ กวาดบ้าน ถูบ้าน พับผ้า ฯลฯ

ฉันไม่ชอบคำบ่นนี้เลย ก็ไม่เคยบอกเคยสอนนี่เนาะ จะทำเป็นได้อย่างไร ขอทำก็ไม่ให้ แล้วจู่ๆ ก็บอกให้ทำ พร้อมคาดหวังว่าต้องทำได้ แถมโดนดุอีกต่างหากว่าทำไมต้องให้บอกให้สอน ลุกขึ้นมาหยิบจับช่วยทำอะไรบ้างสิ

xxxxxxxxx

แต่พอมีลูกเอง ฉันถึงได้เข้าใจอารมณ์ของคนที่บ้านที่ปฏิเสธไม่ให้เด็กเล็กทำ คือ ปกติงานบ้านที่ต้องทำก็มีมากอยู่แล้ว ไหนจะซักผ้า ตากผ้า พับผ้า ซื้อกับข้าว ทำและเก็บล้าง ไม่นับเก็บกวาดข้าวของที่รื้อมาเล่นกันเละเทะแทบทุกวัน ฯลฯ มีลูกเล็ก ๒ คน และไม่มีคนช่วย มันไม่ใช่น้อยนะ

ดังนั้น ฉันจึงไม่นึกอยากชวนให้ลูกมาช่วยงาน เพราะมันจะเป็นการเพิ่มงานเข้าไปอีก ฉันทำเองเสร็จเร็วกว่า ถ้าชวนลูกเก็บ เมื่อไหร่จะเสร็จหนอ ส่วนเรื่องล้างจานนี่ยิ่งไปกันใหญ่ ไม่อยากจะนึกถึงสภาพเลย

บางทีฉันเรียกให้ลูกเก็บบ้าง แต่ลูกก็ไม่ได้ให้ความร่วมมือ น่าแปลกใจนัก ทำไมอยู่ที่โรงเรียน ครูบอกให้เก็บ ก็เก็บกันดี แต่ที่บ้านไม่ทำกัน ไม่ได้อยากจะบ่นให้ยืดยาว แต่บางทีก็อดบ่นไม่ได้

เวลาใจร่มๆ นึกย้อนกลับไป ดูเหมือนวงจรนี้มันซ้ำรอย ฉันโดนที่บ้านบ่นมา แต่ฉันก็มาบ่นกับลูกต่อ… จะทำอย่างไรดี ที่จะหยุดวงจรนี้ได้?

xxxxxxxxxx

ฉันสังเกตว่า เวลาที่สามีอยู่กับลูก เขาชี้ชวนกันเก็บ ลูกเก็บนะ สะอาดเอี่ยมเลยด้วย ฉันแปลกใจนักเลยลองคุยกับเขาว่าทำยังไง

สามีบอก หย่ง เธอต้องชวนลูกมาทำด้วยกัน ทำให้เขามีส่วนร่วม ทำให้มันสนุก ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นงาน

ในเรื่องการเก็บกวาดห้อง สามีเชื่อว่า เราต้องมีที่ให้ของทุกอย่าง พอลูกรู้ว่าของอะไรอยู่ตรงไหน เขาก็จะสามารถเอาของชิ้นนั้นๆ ไปเก็บเข้าที่ได้ ไม่อย่างนั้น ก็จะโยนสุมกองกันไว้ที่ใดที่หนึ่ง แล้วก็เหนื่อยที่เราต้องมารื้ออีกทีอยู่ดี

เมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา เราเลยถือโอกาสช่วยกันพ่อแม่ลูก จัดห้องเด็ก ของใดไม่เล่นแล้วก็เอาออกไป ของที่ยังอยู่ในห้องมีที่ทางของมัน ใช้เวลาถึง ๓ วันเต็ม เหนื่อยใจมาก จะรบกัน (ทั้งกับสามีและลูก) ก็หลายที แต่ก็ผ่านไปได้

ไม่น่าเชื่อจริงๆ เลยนะคะ บัดนี้ผ่านไปจะครบเดือนแล้ว สภาพห้องที่จัดใหม่ ยังคงอยู่ในสภาพเดิมเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เด็กๆ เล่นอะไรแล้ว ก็เอากลับเข้าที่ ถึงจะมีเพื่อนมาบ้าน เขาก็จะบอกให้เพื่อนเก็บเข้าที่เช่นกัน

และฉันแทบไม่ต้องพูดแล้ว เด็กๆ รู้เองเป็นหน้าที่ว่า เขาเล่นได้ทุกอย่าง แต่เล่นเสร็จแล้วต้องเก็บของเข้าที่

xxxxxxxxxx

เช้าวันอาทิตย์ เอมม่าขอให้ทำ ช็อคโกสเปเชียล เลียนแบบเครื่องดื่มของสามนักสืบสาวในหนังสือเรื่อง die drei!!! ที่ทั้งสองสาวกำลังติดงอมแงม พร้อมกับทำแยมโรล

เอมม่ามาช่วยแม่ทำอย่างตั้งใจ ขอตอกไข่และแยกไข่แดงไข่ขาวเอง ซึ่งในใจฉันกรีดร้อง โอ๊ย เละเทะแน่เลย แต่อีกเสียงก็บอกว่า เอาน่า ลูกขอทำ เลอะหน่อยก็ช่าง ซึ่งก็เป็นจริงดังนั้น ลูกยังกะน้ำหนักมือไม่ค่อยได้ ตอกเบาไข่ก็ไม่แตก ตอกแรงไข่ก็หกเลอะมือ

แต่ฉันก็ไม่ได้กรีดร้องตามเสียงในหัว เพียงบอกว่า หนูไปล้างมือแล้วมาช่วยต่อนะคะ พร้อมกับแยกไข่ขาวไข่แดงเองจนเสร็จ

ระหว่างที่ทำขนมกันต่อไปนั้น ใจฉันก็นึกฟุ้งไปเรื่อย ถึงเหตุการณ์ในวัยเยาว์ของตัวเองอย่างที่เล่าไปข้างต้น ที่อยากช่วยแต่มักถูกปฏิเสธ นึกถึงที่สามีบอกว่าควรทำให้มันสนุก ให้ลูกได้มีส่วนร่วม

นึกมาถึงตรงนี้ ลูกก็กวนแป้งเสร็จพอดี ฉันเทแป้งลงถาดและเอาเข้าเตาอบ

ถ้าเป็นเมื่อก่อน ฉันก็คงปล่อยให้ลูกไปเล่น แล้วฉันยืนล้างจานอยู่คนเดียว

แต่ในเมื่อวันนี้นึกได้ ฉันเลยชวนเอมม่าว่า ช่วยแม่ล้างจานได้ไหมลูก

ปฏิกิริยาของลูกคือ ดีใจและกระตือรือร้นมาก เอมม่าบอกทันทีว่าได้ รีบกุลีกุจอยกเก้าอี้มาวาง แล้วปีนขึ้นไปล้างหม้อและอุปกรณ์ที่ใช้ทำแยมโรลเมื่อสักครู่

ลูกล้างอย่างตั้งใจ เห็นภาพเขาถลกแขนเสื้อเพื่อไม่ให้เปียกน้ำแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ เหมือนเห็นภาพตัวเอง ภาพคุณแม่ ภาพคุณยาย ซ้อนต่อกันไปเป็นทอดๆ

ตอนแรกคิดว่าลูกเพียงแค่อยากเล่น แต่พอเก็บกวาดส่วนที่เหลือมาให้อีก เอมม่าก็ล้างต่ออย่างแข็งขัน และเมื่อฉันขอเปลี่ยนหน้าที่ โดยให้ฉันล้างต่อให้เสร็จ และให้เอมม่าเช็ดถ้วยชามที่ล้างเสร็จแล้วให้แห้ง ลูกก็รับทำโดยไม่อิดออด

จานชามหม้อไหที่ปกติฉันต้องล้างและเช็ดคนเดียว ก็เสร็จลงได้ด้วยฝีมือเราสองคน ไม่ได้ใช้เวลานานขึ้นและไม่ได้เลอะเทอะอย่างที่คิดไว้ในหัว

เช็ดเสร็จจนแห้ง เอมม่าก็พูดขึ้น เห็นไหม เอมม่าทำได้ พร้อมยิ้มอย่างภาคภูมิใจ

xxxxxxxxx

ฉันอยากบันทึกเรื่องนี้ไว้เตือนใจตัวเอง ในหัวฉันมักมีเสียงเชิงลบ เสียงบ่น สารพัดว่า โอย… ถ้าให้ลูกช่วยทำจะยิ่งเสียเวลา ทำก็คงไม่ดี ไม่สะอาด เหนื่อยเราต้องมาทำซ้ำ ฯลฯ

มันอาจจะเป็นความจริง มันอาจจะเลอะ แต่ในความเลอะนั้น มีความสนุก มีความภาคภูมิใจที่ลูกจะได้รับ รวมไปถึงทัศนคติที่ดีต่อการทำงานบ้าน ว่าสนุกและเขาได้มีส่วนร่วม

และยิ่งเดี๋ยวนี้ ลูกเรานั้น อายุ ๖ ขวบแล้ว เป็นเด็กเตรียมประถม ไม่ใช่เด็กเล็กแล้ว เขาทำอะไรได้ตั้งเยอะ ขอเพียงแต่แม่ชี้ชวนให้ทำด้วย ทำให้เป็นเรื่องสนุก ไม่ใช่ไม่บอกไม่สอน ไม่ชวนทำ แล้วไปคาดหวังว่าเขาต้องทำได้ อย่างที่ตัวเองเคยประสบมา

สิ่งที่ได้ทำ ได้เห็นในวันนี้ ก็เป็นประจักษ์พยานชัดเจนว่า ภาพลบทั้งหลายที่คิดในหัวนั้น ไม่จริง การชวนลูกทำงานบ้านมีด้านบวกมากมาย ลูกจดจ่อ มีสมาธิทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้า และทำอย่างตั้งใจ เขาสนุก ดีใจที่ได้ช่วยแม่ และภาคภูมิใจที่ตัวเองทำได้

หย่งศรี เธอจงอยู่กับปัจจุบัน คิดถึงลูกให้มาก เรามักมองว่าลูกยังเล็กอยู่เสมอ แต่พอให้เขาได้ลงมือทำ เราจะเห็นเองว่า ลูกโตและทำอะไรได้มากกว่าที่เราคิดมากนักนะจ๊ะ