กิจกรรม ไฮไลท์
การประชุมสามัญเครือข่ายหญิงไทยในยุโรป พ.ศ. 2569/2026 และการประชุมปฏิบัติการไทย–ยุโรป
หัวข้อ: “ท้าทาย เปลี่ยนแปลง ก้าวตามแสงแห่งฝัน”
ระหว่างวันที่ 30 มีนาคม – 1 เมษายน 2569 จังหวัดนนทบุรี
การประชุมเครือข่ายหญิงไทยในยุโรปประจำปี 2569 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ท้าทาย เปลี่ยนแปลง ก้าวตามแสงแห่งฝัน” เพื่อเปิดพื้นที่ให้หญิงไทยในต่างแดน หน่วยงานภาครัฐ องค์กรระหว่างประเทศ และภาคประชาสังคม ได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ สะท้อนปัญหา และพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับการคุ้มครองและยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะผู้หญิงไทยที่ใช้ชีวิตอยู่ในยุโรปและประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก
เครือข่ายหญิงไทยในยุโรปดำเนินงานต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 24 และมีสมาชิกจาก 19 ประเทศ โดยยึดหลักการทำงานสำคัญคือ การเสริมพลังผู้หญิง การช่วยเหลือเกื้อกูลกัน และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือข้ามพรมแดน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เครือข่ายได้ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการช่วยเหลือหญิงไทยในต่างแดน ทั้งด้านกฎหมาย สิทธิแรงงาน ความรุนแรงในครอบครัว สุขภาพจิต การค้ามนุษย์ และการปรับตัวทางสังคม รวมถึงสนับสนุนการอนุรักษ์ภาษาและวัฒนธรรมไทยในต่างประเทศ โดยในช่วงปีที่ผ่านมา มีผู้ได้รับความช่วยเหลือมากกว่า 1,120 คน

การประชุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า หญิงไทยในต่างแดนยังเผชิญปัญหาหลากหลายและซับซ้อน โดยเฉพาะผู้ที่ย้ายถิ่นฐานผ่านการสมรส ซึ่งมักอยู่ในสถานะเปราะบาง เนื่องจากสิทธิการพำนักและความมั่นคงทางเศรษฐกิจผูกพันอยู่กับคู่สมรส หลายคนขาดความรู้ด้านกฎหมาย สิทธิ และระบบสวัสดิการของประเทศปลายทาง ไม่สามารถสื่อสารภาษาได้ดี และไม่รู้ช่องทางเข้าถึงหน่วยงานช่วยเหลือ ทำให้เมื่อเกิดปัญหา เช่น ความรุนแรงในครอบครัว การถูกควบคุมทางเศรษฐกิจ การเอารัดเอาเปรียบแรงงาน หรือการถูกหลอกลวง กลับต้องเผชิญปัญหาอย่างโดดเดี่ยว
ประเด็นสำคัญที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง คือ “ความรุนแรงทางจิตใจ” ซึ่งมักไม่ปรากฏบาดแผลภายนอก แต่ส่งผลกระทบต่อคุณค่าในตนเองและสุขภาวะทางจิตในระยะยาว ผู้เข้าร่วมประชุมสะท้อนว่า หญิงไทยจำนวนมากต้องเผชิญการดูถูก กดทับ ควบคุม หรือแยกออกจากสังคมโดยคู่สมรส จนสูญเสียความมั่นใจและไม่กล้าขอความช่วยเหลือ ขณะเดียวกัน ยังมีกรณีการค้ามนุษย์ การหลอกไปทำงานผิดกฎหมาย การถูกยึดเอกสาร และการบังคับค้าประเวณี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงช่องโหว่ของระบบคุ้มครองแรงงานและการเตรียมความพร้อมก่อนเดินทางไปต่างประเทศ
หน่วยงานภาครัฐและองค์กรระหว่างประเทศที่เข้าร่วมประชุม ต่างเห็นตรงกันว่าการคุ้มครองคนไทยในต่างประเทศจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือแบบบูรณาการระหว่างหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน สำนักงานอัยการสูงสุด รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศอย่าง UN Women และ ILO โดยเฉพาะการเชื่อมโยงข้อมูล การพัฒนาช่องทางช่วยเหลือออนไลน์ และการสนับสนุนเครือข่ายอาสาสมัครไทยทั่วโลกให้เข้มแข็งมากขึ้น

ข้อเสนอเชิงนโยบายสำคัญ
ที่ประชุมเสนอการจัดตั้ง “ระบบคุ้มครองคนไทยในต่างแดน” ประกอบด้วย
- ศูนย์ประสานงานกลางระหว่างประเทศ
ฐานข้อมูลคนไทยในต่างประเทศ
ระบบช่วยเหลือฉุกเฉินออนไลน์
บริการกฎหมายและสุขภาพจิตแบบไม่เปิดเผยตัวตน - การเตรียมความพร้อมก่อนย้ายถิ่นฐาน เสนอให้รัฐจัดระบบ “ต้นน้ำป้องกันปัญหา” ได้แก่
– หลักสูตรเตรียมความพร้อมก่อนเดินทาง
– ภาษาและวัฒนธรรม
– กฎหมายและสิทธิ
– สิทธิแรงงานและครอบครัว
– การพัฒนาทักษะอาชีพ
– การรับรองวิชาชีพเพื่อเพิ่มโอกาสทำงาน - ข้อเสนอเพิ่มเติมด้านการช่วยเหลือ
– จัดตั้ง กองทุนช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศกรณีฉุกเฉิน
– คดีความและค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย
– ค่าเดินทางกลับประเทศไทย
– สนับสนุนอาสาสมัครและนักสังคมสงเคราะห์
– เสริมบทบาทเครือข่ายชุมชนไทยในต่างแดน

โดยข้อเสนอทั้งหมดจะถูกนำไปผลักดันต่อในระดับนโยบาย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความมั่นคงของหญิงไทยและคนไทยในต่างประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป
ตลอดการประชุม มีการย้ำอย่างชัดเจนว่า เครือข่ายหญิงไทยในยุโรปไม่ได้เป็นเพียงองค์กรช่วยเหลือ แต่เป็น “พื้นที่ปลอดภัย” และ “ครอบครัวทางสังคม” ของหญิงไทยในต่างแดน หลายคนสะท้อนว่า เครือข่ายทำให้พวกเธอรู้สึกว่าตนเองไม่ได้โดดเดี่ยว และยังมีคนพร้อมรับฟัง ช่วยเหลือ และยืนเคียงข้างในวันที่เผชิญวิกฤตชีวิต
กลุ่มได้เสนอแนวทางว่า การ สื่อสารอย่างเปิดใจและเคารพซึ่งกันและกัน เป็นกุญแจสำคัญ รวมถึงการ กำหนดขอบเขตของความสัมพันธ์อย่างชัดเจน ทั้งกับคู่ชีวิตและบุคคลรอบข้าง หากการอดทนนำไปสู่การสูญเสียตัวตน หรือความรู้สึกปลอดภัยในชีวิต ควรพิจารณาว่าการอดทนครั้งนั้น “คุ้มค่าหรือไม่” และมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่าหรือไม่



