เมื่อมาดามเจอปัญหา…

ในภาวะที่ไม่สบายใจไม่มีความสุขกับชีวิตคู่
คำแนะนำเล็ก ๆ จากเพื่อนล้วนมีความหมาย

#หากเราย้ายถิ่นฐานไปอยู่กับแฟนที่ต่างแดน

แต่การครองชีวิตกับสามีไม่ราบรื่น มีเรื่องไม่สบายใจจนไม่มีความสุข รวมถึงอาจไม่ปลอดภัยด้วย แต่ใจก็คิดว่าจะรักษาสถานภาพไว้ เพราะคนที่บ้านที่ไทยรู้ว่าแต่งงานกับคนต่างชาติ ย้ายไปแล้ว และเพื่อน ๆ ก็รู้ว่าเป็นมาดาม
รวมถึงสถานการณ์อื่น ๆ หลายอย่างทำให้อึดอัดใจ

มาเล่าประสบการณ์
มากอดกัน
มาให้คำแนะนำกันไว้

คนที่อ่านในวันนี้ อาจไม่มีปัญหา
แต่อนาคตเราไม่รู้

ก่อนที่จะถึงคำตอบ เพื่อนคนหนึ่งกล่าวไว้อย่างน่าฟัง

"ไม่เคยมีคำว่ามาดามในหัว ไม่เคยคิดว่าการที่เราจะมีสามีต่างชาติ จะทำให้เราดูดี รักคน ๆ นึงจนถึงแต่งงาน ควรมองกันที่ความเป็นจริง อยู่กับสิ่งที่เป็นจริง ทุกข์สุขให้ร่วมกันสร้าง ถ้าเราให้ความสำคัญและมองแค่สิ่งฉาบฉวย มันไม่น่าจะไปได้ดี ชีวิตคู่คือคนสองคนเกิดมาต่างพ่อต่างแม่ ถ้าไม่ได้รักกันที่ก้นบึ้งจริงๆ ยากจะอยู่ด้วยกันได้  ปรับทัศนคติได้ปรับเลยจะดี หรือถ้าไม่ใช่จริง ๆ ก็ต้องจบมัน รอให้เจอคนที่รู้สึกจริงก่อน แล้วค่อยแต่งงานไม่ต้องอายคนอื่น เขาไม่มีส่วนได้เสียใด ๆ กับเรา"

คำแนะนำเล็ก ๆ เหล่านี้ อาจช่วยคุณได้ในอนาคต

ต่อไปนี้คือคำตอบที่รวบรวมมาได้ โดย บก twne.eu ขออนุญาตรวบรวมเป็นลักษณะแนวคิดแบบต่าง ๆ เพื่อให้เข้าใจง่ายค่ะ

ขอขอบคุณเพื่อนหญิงไทยในกลุ่มเรื่องเล่ามาดาม(เมียฝรั่ง) ทุกคนที่ช่วยกันระดมความคิดเห็นค่ะ

แนวคิดที่หนึ่ง “หันหน้าหากัน”

Photo credit: Photo by Tan Danh from Pexels

• ถ้ามีเรื่องไม่สบายใจ อึดอัดใจ ให้คุยเปิดอกกับสามี แล้วฟังความคิดเห็นเขาว่า ช่วยเราได้ไหม
• ถ้าไม่หนักหนา มีปัญหากันก็ให้ประคับประคองกันไป
• กล้าพูด เปิดใจคุยกันกับสิ่งที่เราชอบไม่ชอบและปรับเข้าหากัน อาจใช้เวลาอย่างน้อย 7-8 เดือน หรือเป็นปี ก็ต้องอดทนและสู้ไปพร้อมกัน ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดยอมแพ้ ก็จบ
• เมื่อไหร่เรามีปัญหาเราจะคุยปรับความเข้าใจกันการปรับตัวทั้งตัวเราเเละสามี ใช้เวลาพอสมควร
• ราจะปรับตัวให้เรายอมรับในความเป็นตัวตนของอีกฝ่ายเ เละเขาต้องยอมรับในความเป็นเราด้วย
• หากเราพยายามให้เขาเปลี่ยนทุกอย่าง เขาจะรู้สึกอึดอัด บางอย่างเราก็ต้องปล่อยวาง ยอมรับในสิ่งที่เขาเป็น
• เราเกิดมาต่างศาสนาวัฒนธรรมและการเรียนรู้ มันไม่ง่ายที่ชีวิตคู่จะราบรื่น
• ตราบใดที่เรายังรักเเละเข้าใจกัน จะทำให้ปัญหาเเละอุปสรรคที่มีผ่านไปได้
• ความรักอาจไม่ได้ราบรื่นตลอดไป เราต้องมีความอดทน ถ้ามีปัญหาให้คุยกัน พยายามเรียนรู้ เพื่อที่จะได้ช่วยเหลือตัวเองได้ อย่าเอาชีวิตของอื่นมาเปรียบเทียบกับตัวเอง จงทำวันนี้ให้มีความสุข
• คนแรกที่ต้องพูดคุยทุก ๆ เรื่องคือสามี ทั้งสุขทุกข์ อะไรชอบไม่ชอบอย่าเก็บเอาไว้ เขากะอยากเห็นคุณมีความสุขกับการใช้ชีวิตกับเขา

แนวคิดที่สอง "ชีวิตนี้ เราเลือกได้"

Photo credit: https://www.pexels.com/@julian-jagtenberg-23697

• นี้คือชีวิตของเรา เราตัดสินใจเอง รักได้เลิกได้ เรื่องธรรมดา สู้ ๆ
• อย่าอดทน ในสิ่งที่ทำให้เราไม่มีความสุข
• อย่าทนเพราะอายชาวบ้าน ชีวิตเรา เรากำหนดค่ะ
• ก่อนจะตัดสินใจย้ายถิ่นฐาน ให้คิดดีดีก่อน ต้องมั่นใจมาก ๆ
• โดยส่วนตัวไม่เคยสนใจคนอื่นมองแบบไหน ค่อนข้างมั่นใจในตัวสามีว่าเขาเป็นคนดีและรักครอบครัว
• การที่จะทนอยู่กับคนไม่ดี กับผู้ชายที่เห็นแก่ตัว จะทนอยู่ด้วยทำไมให้เสียสุขภาพจิต ถ้าเราจะต้องมาช่วยจ่ายทุกอย่างในบ้านอยู่แล้ว
• ออกไปอยู่คนเดียว ถึงจะไม่มีเงินเก็บที่เยอะ แต่ก็สบายใจดี ไม่มีคำพูดอะไรที่มาทำให้จิตตก
• ความหวัง ความคาดหวัง ไม่ตรงกับที่ฝันไว้ มันเลยทำให้ชีวิตเกิดความกังวลและวิตกจริตกับการหาคำตอบ สิ่งที่จะช่วยคุณได้คือปลง มองความคิดคนอื่นให้เป็นฝุ่น อย่าให้คำว่ามาดามมาค้ำคอ เพราะคนที่จะขาดความสุขคือคุณและสามีนั่นเอง
• ไม่อดทนอะไรที่ไม่ควรอดทน และสู้เพื่อความถูกต้อง อย่าไปกลัวเสียหน้ามากกว่าเสียความรู้สึก ชีวิตเรา เราเท่านั้นคือผู้กำชะตาชีวิต
• ประโยคนึงที่พี่สาวพูดกับเราก่อนที่เราจะแต่งงานแล้วย้ายมาใช้ชีวิตต่างประเทศ คือ ถ้าลำบาก ถ้ามันไม่ดี ก็อย่าทน ให้กลับมาบ้านเรา

สิ่งที่พี่เราพูดเราถือว่าเราไม่ต้องแบกรับความหวังของใคร บางคนแบกความหวังของคนในครอบครัวไว้ มีอะไรให้ทน เราเข้าใจนะว่าพื้นฐานแต่ละครอบครัวต่างกัน แต่ถ้าอยู่แล้วมันไม่ดีไม่มีความสุขก็อย่าทนเลย เพราะชีวิตคนเรามันสั้น ไหนๆ จะอยู่แล้วก็ควรอยู่แบบมีความสุขดีกว่า

แนวคิดที่สาม “ช่วยตัวเองให้ได้”

Photo credit: https://www.pexels.com/photo/brown-wooden-floor-48889/

• หัดทำงานหาเงินเองให้ได้ ถ้ามีเหตุต้องเลิกกัน จะได้อยู่เองได้
• บางคนมีเงินเดือนมากกว่าแฟน แค่ขยัน คนขยันไม่มีวันอดตาย ไม่มีวันอับจน
• ภาษาของเขา งาน และใบขับขี่ ถ้าไปมาไม่สะดวกในเมือง 3 อย่างนี่สำคัญมากกับการที่จะใช้ชีวิตในต่างประเทศ
• ต้องมีวีซ่าถาวรเพื่อเป็นหลักประกัน
• ต้องมีงานทำ เสียภาษี เรียนภาษาให้ครบตามหลักสูตร จะได้ไม่ต้องพึ่งพาสามีอย่างเดียว มีปัญหาอะไรก็ช่วยตัวเองได้ทันที
• หัดยืนด้วยขาตัวเองให้ไวที่สุด ทำงานเอง ขับรถเอง จัดการสอบเอาใบขับขี่มาให้ได้ เอกสารวีซ่า เตรียมพร้อมมาให้หมดตั้งแต่มาจากไทย หาข้อมูลให้เรียบร้อยก่อนมา
• หาชมรมคนไทยในประเทศนั้น ๆ แค่พื้นฐานในการดูแลตัวเองเรื่องทะเลาะกับสามีจะน้อย ดูแลตัวเองได้นี่ สามีก็สบายไปแปดอย่าง ใครที่ไหนจะไม่รัก
• ไปขอ NI นัมเบอร์ทำงานถูกกฎหมายพร้อมจ่ายภาษี เปิดบัญชี ไปลงทะเบียนหาหมอ เอาชื่อเข้าร่วมบิลต่าง ๆ กับสามี แล้วไปเรียนภาษาเพิ่ม ก็เก็บหลักฐานทุก ๆ อย่างไว้ต่อวีซ่า
• ปรับตัวให้เข้ากับการอยู่การกินของเขาก่อนเป็นอันดับแรก และชอบที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ถ้าผ่านตรงนั้นมาได้ รู้ใจกันทุกสิ่งอะไร ๆ มันก็ง่ายขึ้น
• หัดยืนด้วยขาของตัวเองดีที่สุด อยู่เมืองนอกต้องเก่งและอึดสารพัดอย่าง ยิ่งมีลูกก็ต้องเดินหน้าอย่างเดียว ถอยหลังไม่ได้ ฝึกภาษา หางานทำ ปรับตัวให้เข้ากับสังคมให้ได้

แนวคิดที่สี่ “หนี ถอย ปล่อยไปตามกรรม หรือหาคนใหม่”

Photo by Artem Bali from Pexels

• เห็นแต่เขาเลิก เขาหย่ากันกับสามีคนเก่า ถ้าสามีคนนั้นไม่ดี หรืออยู่กินด้วยกันไม่ได้ และทางผู้หญิงก็ย้ายออกมาอยู่คนเดียว และมามีแฟนใหม่
• เมื่อเคยมีประสบการณ์ในชีวิตคู่มาแล้ว ก็หาแฟนใหม่ที่ดีกว่าเดิม กลับไปแต่งงานที่ไทย พาแฟนคนใหม่ไปหาพ่อแม่
• เข้ากันไม่ได้ อยู่ไปก็ไม่มีความสุข เเยกกันดีกว่านะ จะเเคร์คำว่ามาดามทำไม ถ้ามัวเเต่เเคร์ปากคน ชีวิตนี้คุณจะมีความสุขหรือ
• หากรู้สึกไม่ปลอดภัยกับสามี ให้กลับบ้านเราดีกว่า
• แม่บอกว่าถ้ามีปัญหาให้โทรบอก แม่จะโอนเงินมาให้เป็นค่าตั๋วเครื่องบิน
• ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ/ยถากรรม ของทุกอย่าง เมื่อถึงเวลาของมัน มันจะเป็นไปของมันเอง
• เมื่อมันถึงเวลาที่ใช่ อะไร ๆ มันก็ง่าย ถ้ามันไม่ถึงเวลา ฝืนยังไงก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมา แค่วางแผนชีวิตตัวเองให้ดีเท่านั้นก็พอ

อย่าลืมเรียนรู้เรื่องสิทธิของตัวเองและของบุตร โดยเฉพาะเมื่อถูกสามีทำร้ายร่างกายหรือทำร้ายลูก ต้องรู้ว่าจะหันไปหาความช่วยเหลือที่หน่วยงานไหนบ้าง

สุดท้าย สมาชิกท่านหนึ่งกล่าวสรุปได้อย่างน่าฟังว่า

ถ้าใครเคยผ่านประสบการณ์แบบนี้มา จะเข้าใจ ...ตอนอยู่กับแฟนทะเลาะกันแค่ตาย อยากเลิกกันแค่ไหนก็เลิกไม่ได้ อยากจบ ๆ มันไปสักที แต่ก็ยังตัดใจจากเขาไม่ได้ ... แต่เมื่อมันถึงเวลาของมัน หมดเวลาของมัน เรากลับไปจากเขา จบกับเขาแบบไม่มีความรู้สึกใด ๆ ...ไม่รู้สึก เจ็บ โกรธ เสียดาย เสียใจ หรือมีเยื่อใยอะไร ...ไม่โกรธ ไม่เกลียด คือ ความรู้สึกมันเฉย ๆ เราเคยผ่านความรู้สึกนี้มาแล้วเราเลยไม่กลัว ไม่กังวลหรือคิดมากกับเรื่องนี้


Photo credit: pexels-photo-236229

เปิดประเด็น โดย Sathita Netrawong
ในกลุ่ม “เรื่องเล่าจากมาดาม (เมียฝรั่ง)”