นางฟ้าไม่ใช่คำตอบ

เพื่อนเรา – เผาเรือน
โดย นางฟ้าปีกหัก

นักเขียนรับเชิญ
Photo credit by Anthony from Pexels

ความรักเพื่อนอย่างไม่มีขีดจำกัด อาจทำให้คุณจนหนทางได้ และความรักด้วยเงิน ไม่ใช่คำตอบ

การให้โอกาสคนครั้งแล้วครั้งเล่า การเข้าไปแบกรับแก้ปัญหาแทนผู้อื่น แม้จะเป็นเพื่อนรักหรือคนในครอบครัวเดียวกัน ก็ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่แท้จริง เพราะไม่ทำให้ผู้ได้รับความช่วยเหลือเกิดทักษะที่จะช่วยตัวเอง (ไม่ว่าพื้นฐานการศึกษาเขาจะมาดีขนาดไหน) หรือไม่เกิดสำนึกที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง กลายเป็นงอมืองอเท้า รอแต่ความช่วยเหลือ เมื่อไม่ได้ก็โทษคนอื่นแทนที่จะโทษตัวเอง

หรือพูดภาษาชาวบ้านก็คือ “เคยตัว”

ความเมตตาปรารถนาดีที่จะช่วยเหลือผู้อื่น เป็นสิ่งที่ควรรักษาไว้ แต่ต้องใช้อย่างฉลาด รอบคอบ เหมาะกับเหตุการณ์ และให้เหมาะสมกับคุณธรรมของผู้รับด้วย

บทเรียนชีวิตที่ราคาไม่ถูกเลย จาก “นางฟ้าปีกหัก” ขอแลกเปลี่ยนเป็นอุทาหรณ์

หมายเหตุ บก: ขอให้ผู้อ่านอ่านด้วยวิจารณญาน และความเป็นกลาง เนื่องจากเป็นข้อมูลด้านเดียว

ขออนุญาตเล่าค่ะ อึดอัดใจมาก

เล่าแบบไม่อาย ไม่กลัวซ้ำเติมเพราะอยากให้เพื่อน ๆ ได้เรียนรู้จริง ๆ ว่าการอยากช่วยเหลือคนให้หลุดพ้นจากปัญหานั้น มันไม่ได้ง่ายแค่ใช้เม็ดเงินเข้าช่วยหรือแค่ช่วยคิดหาทางออกแทนเขา โดยไม่ให้เขาเป็นฝ่ายคิดเองหรือขวนขวายเลย ว่าง่าย ๆ การพยายามเป็น “นางฟ้า” ไม่ใช่คำตอบ

เรื่องเริ่มจากเพื่อนอยากมาเที่ยวเยี่ยมเราที่ประเทศเยอรมนี เเต่ไม่มีเงิน เราก็ยินดีเชิญเธอและจ่ายให้เพราะเป็นเพื่อนเรียนปริญญาร่วมกันมา

เพื่อนเป็นสาวโสด ไม่เคยแต่งงานและไม่เคยมีแฟน ทำงานระดับผู้อำนวยการ

เราให้เธอมาเที่ยวเยอรมนีสองครั้งแล้ว อยู่บ้านเรา จ่ายให้ทุกอย่าง ค่าตั๋ว กินอยู่ ให้เงินติดกระเป๋า พาไปเที่ยวเเละไปดูงานหลายแห่ง พวกเราอยากให้เธอมีประสบการณ์ระบบโรงเรียนในเยอรมนี เผื่อว่าจะมาทำงานที่นี่ได้

นอกจากนั้น ก่อนกลับ เราบริจาคเงินจำนวนหนึ่งสำหรับเด็กยากจนในโรงเรียนเธอ

อยู่มาวันหนึ่ง เราถามว่าเงินบริจาคเอาไปทำอะไรบ้าง เธออ้ำอึ้งอยู่หลายวัน และสุดท้ายตอบเรามาว่า เธอได้ใช้เงินไปหมดแล้วเพราะมีปัญหาทางการเงิน เราเสียความรู้สึกที่เธอเอาเงินบริจาคให้เด็กยากจนไปใช้

แต่เราคิดว่าแก้ปัญหาช่วยดีกว่า อยากช่วยเธอหลุดพ้นปัญหาไป ความคิดเราก็เท่านั้นแหละ

ก็เลยตัดสินใจเอาเงินของเราให้เธอไปใช้แทนเงินบริจาคเพื่อจะได้ให้ถึงเด็กยากจนที่ลำบากอีกหลายชีวิต แต่…..มันก็ไม่ได้เป็นไปตามที่เราคิด และมารู้ทีหลังว่า เธอก็เอาเงินที่เราให้ก้อนใหม่ไปใช้ส่วนตัวหมดอีก

เธอบอกว่าเธอไม่อยากทำงานที่เดิมแล้ว สังคมที่นั่นสิ่งแวดล้อมที่นั่น มันทำให้เธอหยุดการใช้เงินไม่ได้

เราจึงช่วยหาทางออกช่วยเธออีกครั้ง คิดว่าจะให้เธอไปอยู่บ้านเด็กในต่างจังหวัดที่เราช่วยเหลืออยู่ เธอจะได้ข้าวกิน มีที่พักฟรีเเละเธอจะได้เป็นที่ปรึกษาให้เด็ก ๆ ด้วยมีเงินเดือนให้ เป็นค่าดูแลเด็ก

แต่แล้วก็มีเรื่องหนึ่งเกิดขึ้นอีก คือเพื่อนมาบอกว่า เธอเบื่อชีวิตราชการมาก อยากเปลี่ยนชีวิต

เราฟังแล้วเลยเสนอว่า หาคนแต่งงานแล้วมาอยู่ที่เยอรมนีดีไหม เราพอช่วยได้ไหม จึงสมัครในเว็บเยอรมันเพื่อหาคู่และในหนังสือพิมพ์จ่ายเงินไปนิดหน่อย และคอยอ่านแล้วตอบจดหมายให้ ติดต่อให้ในเบื้องต้นเพื่อส่งให้เธอคุยต่อ และตกลงกันว่าให้เธอทำความรู้จักไปก่อน และเราคิดว่าน่าจะทำให้ชีวิตเธอดีขึ้น

เราเลือกมาให้หลายคน โดยใช้ความเป็นส่วนตัวติดต่อหรือให้เบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวและอีเมลส่วนตัวเพื่อคุยส่วนตัวกับผู้คนเหล่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนทำงานระดับดี บางคนอยู่ห่างกันไม่กี่กิโล เราก็นัดกินกาแฟพูดคุยทำความรู้จักกัน ก่อนส่งให้เพื่อนรู้จักและคุยกันต่อ

พอระยะหนึ่ง เธอบอกว่าพบคนที่ถูกใจแล้ว และเธอก็เขียนจดหมายไปบอกคนอื่นที่ทางเราติดต่อให้ว่าเธอมีแฟนแล้ว ซึ่งอันนี้ก็ทำให้เราเสียหายเพราะคนเหล่านั้นมาต่อว่าว่า ถ้าเธอมีแฟนแล้วทำไมถึงได้ติดต่อคนนี้ให้กับพวกเขา

เรื่องของเรื่องคือ เธอหลงรักคนที่เพิ่งคุยกันได้หนึ่งสัปดาห์ เขาสองคนเข้ากันได้ มีความสุขกัน จะเรียนรู้กัน ทั้งนี้เขาได้บอกกับเพื่อนว่า จะไปหาที่เมืองไทย ไปเที่ยวด้วยกัน และพอเดือนเมษา เขาจะให้เพื่อนมาอยู่กับเขาที่เยอรมนีเพื่อเรียนรู้กัน

ทางเพื่อนของเราก็ชอบเขามาก เชื่อเขาทุกอย่าง บอกเขามีแผนชัดเจน หลังแต่งงานจะให้เพื่อนไปอยู่เยอรมนีด้วย โดยเขามองงานไว้ให้เเล้ว เพื่อนจึงอยากจะหยุดทุกอย่างที่คนนี้ เธอบอกว่าเราทำงานหนักมาทั้งชีวิต ต่อจากนี้ไป ผู้ชายคนนี้จะดูแลเราเอง

เรากลัวเพื่อนโดนหลอกโดยสแกมเมอร์ แอบสืบข่าวดูพบว่า นายคนนี้ไม่ได้มีธุรกิจใหญ่โต มีบ้านมีเงิน อย่างที่คุยไว้

และเขาบอกเพื่อนว่าจะแต่งงานด้วยหลังจากคุยกันไม่ถึง 10 วัน ดังนั้น เราจึงตัดสินใจบอกครอบครัวเธอ(พี่สาว) เพื่อจะได้หาทางแก้ปัญหาร่วมกัน ถ้าเกิดอะไรขึ้น และบอกเธอว่าเธออาจถูกหลอก ตอนหลังพี่สาวไปเตือนเธอ โดยเล่าให้ฟังด้วยว่าเราจ้างคนสืบ

เรื่องใหญ่เลย เธอก็ไปบอกแฟนเธอ และเธอโกรธเรามาก บอกว่าเธอไม่เคยอยากมาเยอรมนี แต่เราบังคับให้เธอมาและเราบังคับเธอทุกเรื่อง แม้กระทั่งหัวใจของเธอ และถ้าคบต่อไป เราจะต้องบังคับเธอไปตลอดชีวิต เธอพูดจาหยาบคายกับเรามาก เหลือเชื่อ

เราเสียความรู้สึกมาก ๆ

ต่อไปก็คงจะยากที่จะช่วยเพื่อนคนอื่นมาต่างประเทศแล้ว และหยุดให้เงินบริจาคที่เมืองไทยด้วย

ถ้าให้เทียบกับเมียฝรั่งหลายคนที่ไม่มีใบปริญญา เเต่เขาก็ใช้ชีวิตได้ดี รู้จักต่อสู้ชีวิตใหม่ในต่างเเดน เขาก็มีงานทำ เก็บหอมรอมริม ไม่สร้างหนี้สินล้นพ้นตัว มีเงินส่งครอบครัวและมีความสุข
เรื่องของเรา เราได้บทเรียนมากมาย เสียทั้งเงิน เสียทั้งใจ เสียความรู้สึก เสียเพื่อน เสียชื่อเสียง เหลือปัญหาอีรุงตุงนังให้ตามแก้ไข ไหนจะเงินบริจาคที่ไปไม่ถึงเด็กอีก

เราคิดว่าการช่วยเหลือคนต้องมีประมาณ แม้ว่าเราจะมีเงินก็ไม่ได้หมายความว่าเงินจะแก้ปัญหาได้ทั้งหมด

ที่ผ่านมา เรามองผิดว่าเงินคือคำตอบ จริง ๆ แล้วมันน่าจะเป็นความฉลาดในการใช้ชีวิต การรู้สึกประมาณตนเอง-ประมาณคนอื่น (เราพลาดไป) เราต้องรักเพื่อนให้เป็น เลือกคบเพื่อนให้ดีกว่านี้ คนเรียนสถาบันเดียวกันไม่ได้หมายความว่าเราจะภาพที่เป็นจริงของเขาทั้งหมด

เงินทองเข้าออกมือใครมันเปลี่ยนนิสัยคนได้ เราจะไม่ใช้เงินช่วยแก้ปัญหาให้เพื่อนอย่างไม่มีเงื่อนไขอีก เราเข็ดแล้ว จะไม่เข้าไปยุ่งช่วยแก้ปัญหาแทนคนอื่น เพราะถูกลำเลิกว่าไม่ได้ขอให้ทำ โห เจ็บจริง ๆ ค่ะ นอกจากไม่ได้รับคำขอบคุณแล้วยังกลายเป็นประมาณว่า เรา “เผือก”

บางทีการมีจิตใจมองโลกแง่ดี มองโลกสวย เห็นแต่ทุ่งลาเวนเด้อร์ คิดและทำในสิ่งที่เชื่อว่าดี มีคุณธรรม และมีเมตตาต่อผู้อื่น โดยไม่ทันเฉลียวรู้เท่าทันกิเลส-นิสัยมนุษย์ ก็ทำร้ายตัวเราเองได้เหมือนกัน

เราไม่ได้คิดว่าเราดี เราเป็นนางฟ้าหรอกนะ แต่ตอนที่เราช่วยเพื่อน เราก็คิดว่าเราทำความดีจริง ๆ เราก็ผิดเองที่ไม่ไตร่ตรอง ไม่คิดให้รอบคอบกว่านี้ เห็นแก่ความเป็นเพื่อน  เราก็เลยไม่ระวัง

เราถึงว่าการเป็น “นางฟ้า” ไม่ใช่คำตอบ