ความสุขของคนฟินน์

ฟินแลนด์เป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกเครือข่ายหญิงไทยในยุโรป (Thai Women Network in Europe) แม้จะเป็นประเทศเล็ก ๆ ที่ไม่มีคนไทยอยู่มาก แต่ก็มีภาคีเครือข่ายหญิงไทยถึงสองภาคีด้วยกัน คือ องค์กรสะพาน และ เครือข่ายหญิงไทยในฟินแลนด์ (TWIN) นอกจากนั้น กลุ่มสะใภ้ฟินแลนด์ The In-Laws in Finland ที่เป็นกลุ่มปิดมีสมาชิก 1,900 กว่าคน (ไม่ได้เป็นภาคีเครือข่ายฯ) ยังเป็นกลุ่มที่มีความเคลื่อนไหวสูง มีการแลกเปลี่ยนระหว่างสาวไทยที่มีแฟนชาวฟินน์ กำลังเตรียมแต่งงาน กำลังขอวีซ่า กำลังเตรียมเดินทาง สอบถามเรื่องการเรียนภาษา การหางานทำ การเลี้ยงลูก ไปจนถึงการหย่าร้าง เรียกว่าเป็นกระแสการย้ายถิ่นของหญิงไทยที่มาแรงทีเดียว ส่วนกลุ่มที่น่าสนใจและให้ความรู้สาระประโยชน์เกี่ยวกับประเทศฟินแลนด์มากอีกกลุ่มหนึ่งคือ ที่นี่ฟินแลนด์ Finland

เครดิตภาพ https://goo.gl/images/WLB8pR

ประเทศนี้มีชื่อเสียงอยู่สองอย่างที่คนทั่วไปรู้จัก คือ ระบบการศึกษาที่ยอดเยี่ยม และ ประชากรมีความสุขมากที่สุดในโลก (ตามรายงาน World Happiness Report 2018) ในเรื่องการศึกษา คณะครูจากประเทศไทยก็มีการจัดกลุ่มไปดูงานกันที่ประเทศนี้ หรือสื่อด้านการศึกษาในเมืองไทยก็จะพูดถึตัวอย่างของฟินแลนด์บ่อย ๆ

ความสำเร็จด้านการศึกษาอาจจะโยงกับความสุขของประชากรหรือเปล่า

การแต่งกายนักเรียนฟินแลนด์เปรียบเทียบกับที่อื่น เครดิตภาพ https://goo.gl/images/LXN9r8

รายงานความสุขโลกนั้นไม่ได้มาจาก Poll ที่ไปถามคนฟินน์เป็นรายคนว่ามีความสุขไหม แต่ใช้ดัชนีชี้วัดจากคุณภาพชีวิตจากสถิติแห่งชาติที่มีอยู่ เช่น อายุขัยของประชากร รายได้ประชาชาติต่อหัว บริการด้านสุขภาพและสังคม การมีที่อยู่อาศัย การมีงานทำ การมีสุขภาพที่ดี มีเสถียรภาพทางการปกครอง และมีสิ่งที่บั่นทอนความสุขน้อยกว่าประเทศอื่น

คนฟินน์เองคิดอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องความสุขแห่งชาติ คนฟินน์เชื่อว่าตนเองไม่ใช่ชนชาติที่มีความสุขแต่เป็นชนชาติที่รู้สึกพอใจและเพียงพอ (content) มากกว่า (โดนค่ะโดน ทำให้ผู้เขียนต้องยกมือบรรจบเหนือศีรษะ นึกถึงพระราชดำรัสของรัฐกาลที่เก้าเรื่องชีวิตที่พอเพียง)


กองทุนอาหารโลกในประเทศยากจนที่ฟินแลนด์สนับสนุน เครดิตภาพ https://goo.gl/images/5fEXZX

นอกจากนั้น ผู้คนรู้สึกปลอดภัย ไว้วางใจกันได้ มีความใจกว้าง มีความโอบอ้อมอารี (เรื่องความโอบอ้อมอารีพี่ไทยก็ไม่เป็นรองใคร) ช่วยเหลือกันในยามทุกข์ยาก มีเสรีภาพในการตัดสินใจด้วยตัวเอง ฟินแลนด์เป็นสังคมที่แทบไม่มีชนชั้น มีความเหลื่อมล้ำต่ำสูงน้อยมาก และมีกำลังช่วยเหลือคนที่ด้อยโอกาสมากกว่า (ซึ่งคล้ายคลึงกับกลุ่มประเทศนอร์ดิกอื่น ๆ)

เรื่องความเชื่อใจ (trust) นั้น เกิดจากการที่คนฟินน์ชอบภาพพจน์ว่าตนเป็นคนน่าเชื่อถือ เช่น คนฟินน์จะไม่หยิบของมีค่าที่คนอื่นลืมไว้ในที่สาธารณะ ใครลืมกระเป๋าเงินไว้ เชื่อได้เลยว่า เมื่อเดินกลับไปเอา กระเป๋าจะยังอยู่ที่เดิมพร้อมเงินในกระเป๋า เพื่อพิสูจน์เรื่องนี้ ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาท่านหนึ่งแห่งมหาวิทยาลัยเฮลซิงกิ ได้ทำการทดสอบทิ้งกระเป๋าเงินไว้บนม้านั่งในเมืองใหญ่ของยุโรปหลายแห่ง และพบว่าอัตราการได้กระเป๋าคืนมีสูงที่สุดในเมืองเฮลซิงกิ เป็นอันฟันธงได้ว่าฟินแลนด์เป็นประเทศที่คนเชื่อใจกันมากที่สุดในระดับต้น ๆ ทีเดียว

กราฟประเทศในกลุ่มยุโรปที่ได้รับความเชื่อถือมากที่สุด ฟินแลนด์มาเป็นอันดับสอง รองจากประเทศเดนมาร์ก เครดิตภาพ https://goo.gl/images/9NnGYC

คนที่รู้จักชาวฟินน์อาจจะงง ๆ ว่าเป็นไปได้อย่างไร คนฟินน์ไม่ค่อยยิ้มแย้ม ไม่ค่อยแสดงอารมณ์ ชอบบ่นเรื่องดินฟ้าอากาศ ดื่มเหล้าหนักมาก อะแฮ้ม นั่นเพราะเกณฑ์การวัดความสุขความพอใจของชาวฟินน์ไม่ได้เหมือนกันเกณฑ์ของคนไทย คนละตินอเมริกัน หรือคนอาฟริกั ที่เน้นการแสดงออกแบบสุด ๆ โดยหัวเราะเต็มเสียง ฉีกยิ้มเต็มแก้ม เปล่งรัศมีความสนุกสนาน ร้องรำทำเพลง ประมาณว่าแสดงออกนอกหน้า ชาวฟินน์วัดความสุขของตนเองจากการดำรงชีวิตที่เรียบง่าย สมดุล และการรู้จักอดทนอดกลั้น เป็นการเก็บไว้ข้างใน ประมาณว่าถืออุเบกขา แม้แต่อาหารการกินก็พยายามปรุงปนอย่างเป็นธรรมชาติมากที่สุดและเลือกกินในสิ่งที่เป็นอาหารประจำถิ่น

เครดิตภาพ https://goo.gl/images/AF19wi

ความสุขของการสังสรรค์กันแบบฟินน์ ๆ เครดิตภาพ https://goo.gl/images/AF19wiการสำรวจความสุขประชาชาติที่จัดทำในปี 2018 นี้ ไม่ได้สำรวจความสุขของประชากรฟินน์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้ย้ายถิ่นที่อยู่ที่ไปอยู่ประเทศนี้ด้วย (เช่น ผู้ลี้ภัย แรงงานต่างชาติ คนย้ายถิ่นตามครอบครัว) ผลการสำรวจเป็นที่น่าทึ่งว่า ผู้ย้ายถิ่นมีมวลความสุขในระดับที่ทัดเทียมกับประชากรเจ้าของประเทศ ซึ่งหมายความว่า ความสุขนี้ไม่ได้จำกัดที่ชาวฟินน์ แต่เป็นความสุขที่แบ่งได้ จับต้องได้ ทุกคนในสังคมสามารถสัมผัสได้เท่าเทียมกัน อันเป็นการ

สะท้อนลักษณะการปกครองประเทศได้เป็นอย่างดี

ความสุขของคนฟินน์เป็นอะไรที่เราน่าจะเรียนรู้ มันเป็นความสุขจากคุณภาพชีวิต เช่น การได้ใช้ชีวิตที่ดีที่สุดเท่าที่เกิดมา ความสามารถกำหนดชีวิตตัวเองได้ (ตัดสินใจให้ตัวเอง ไม่รอให้ใครมาคิดให้) การมีทางเลือก การให้เวลากับครอบครัว ความรู้สึกปลอดภัยในสังคม การเป็นสมาชิกที่มีคุณค่าของชุมชน

การ์ตูนฟินนิช ล้อเลียนว่าหนึ่งในฝันร้ายของชาวฟินนิชคือการต้องเป็นหนี้คนอื่น เครดิตภาพ https://goo.gl/images/SxB7Ax

ประเทศฟินแลนด์มีแนวทางปกครองที่ให้ความเห็นอกเห็นใจและเคารพในเรื่องสิทธิมนุษยชนอย่างสูง เป็นหนึ่งประเทศที่ดีที่สุดในโลกสำหรับหญิงผู้เป็นมารดา มีระบบการศึกษายอดเยี่ยมอย่างที่กล่าวไปแล้ว แล้วยังดีงามในเรื่องสิ่งแวดล้อม ความเท่าเทียมทางเพศ และสมดุลชีวิตและการทำงานอีกด้วย เรียกว่าแม้คนฟินน์จะไม่ค่อยยิ้มและดูเหมือนขี้หงุดหงิด แต่ก็ถือว่าพวกเขาอาศัยอยู่ในประเทศที่ “สุขสุด ๆ” ในโลกทีเดียว

https://rheumatoidarthritis.net/wp-content/uploads/2015/04/4.24.15-featuregraphic-v1.jpg

นิสัยการวางตัวนิ่ง ๆ ของคนฟินน์มาจากธรรมเนียมที่เรียกว่า “ซีซู (sisu)” (ขออภัยถ้าออกเสียงผิด) ซึ่งหมายถึง ความเข้มแข็ง ความอึด และความยืดหยุ่น ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์แห่งชาติของคนฟินน์ เหมือนคนไทยมีรอยยิ้มสยามมีน้ำใจ ด้วยเหตุนี้เองทำให้ คนฟินน์ไม่ค่อยแสดงอารมณ์ยินดีสุด ๆ หรือยินร้ายสุด ๆ เพราะคนฟินน์ให้คุณค่าของกำลังใจที่บ่มไว้ข้างในอย่างเงียบ ๆ และความอดทนต่อสิ่งต่าง ๆ อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวเท่าไร

หากเราไม่ลืมว่าการวัดดัชนีความสุขนั้นใช้เกณฑ์รวมระดับประเทศ ไม่ใช่ระดับบุคคล เราก็จะเข้าใจว่าทำไมคนฟินน์หลายคนจึงอึ้งเมื่อได้ยินว่าพวกตนเป็นประชาชนที่มีความสุขที่สุดในโลก คนฟินน์คนหนึ่งพูดว่า “อาจถูกกว่าถ้าจะพูดว่า พวกเราเป็นชนชาติที่มีความทุกข์น้อยที่สุดในโลก”

Mauno Koivisto LEHTIKUVA ประธานาธิบดีคนที่ 9 ของประเทศฟินแลนด์ ที่มาจากครอบครัวชนชั้นแรงงาน พรรคการเมืองฝ่ายซ้าย ดำรงชีวิตที่เรียบง่ายทั้งด้านส่วนตัวและการเมือง

Mauno Koivisto LEHTIKUVA
เครดิตภาพ https://goo.gl/images/J3r7WX

คนฟินน์เก่งเรื่องรับมือกับปัญหาความทุกข์ยาก ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านการเงิน ข้อจำกัดด้านบริการสุขภาพ ภาวะไร้ที่อยู่อาศัย อะไรก็ตามที่ทำให้ประชาชนมีชีวิตอยู่ได้สุขสบายน้อยลง พวกเขาจะแก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึ้น และเขาแก้ไขเป็นระบบ

หรือจะว่ากันง่าย ๆ คือ ชาวฟินน์ถนัดในเรื่องของการแปลงความมั่งคั่งของประเทศให้กลายเป็นความกินดีอยู่ดีของประชาชน (ไม่ใช่เงินในบัญชีตัวอง) นั่นเอง ผู้นำทางการเมืองของฟินแลนด์แต่ละคนล้วนดำรงตำแหน่งยาวนานและมีคุณสมบัติให้ประชาชนรักและนับถือ

โอ้ ประเทศนี้ข่างฟินต่อใจจริง ๆ

บทความน่าอ่านเพิ่มเติมเพื่อเข้าใจมุมมองของคนไทยต่อความสุขในประเทศนี้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ฟิน(แลนด์)ที่สุดในโลก?

เนื้อหาส่วนหนึ่งเรียบเรียงจาก Why the Finns don’t want to be happy?